WHO เตือน วัคซีนอีโบลาอาจใช้เวลา 9 เดือน
องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเตือนว่า อาจต้องใช้เวลานานถึง 9 เดือน กว่าที่วัคซีนต้านเชื้อไวรัสอีโบลาจะสามารถใช้งานได้จริง ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) และยูกันดายังคงรุนแรง โดยมีผู้เสียชีวิตที่เข้าข่ายต้องสงสัยแล้ว 139 ราย
ความคืบหน้าด้านวัคซีน
ดร. วาซี มูรธี ที่ปรึกษาของ WHO เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ว่า ขณะนี้กำลังมีการพัฒนา “วัคซีนต้นแบบ” ที่มีศักยภาพในการต่อต้านไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) จำนวน 2 ชนิด อย่างไรก็ตาม วัคซีนเหล่านี้ยังไม่ผ่านการทดสอบทางคลินิก ดังนั้นอาจต้องใช้เวลาถึง 9 เดือนกว่าจะสามารถนำมาใช้ได้จริง
สถานการณ์การระบาด
ดร. เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลาแล้ว 600 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่เข้าข่ายต้องสงสัย 139 ราย โดยในจำนวนนี้รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นที่น่ากังวลเป็นพิเศษ
ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วมีจำนวน 51 รายในดีอาร์คองโก และ 2 รายในยูกันดา โดยผู้ป่วยในดีอาร์คองโกส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดอิตูรี (Ituri) และจังหวัดคิวูเหนือ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาด ส่วนผู้ป่วยในยูกันดาอยู่ที่กรุงกัมปาลา โดยทั้งคู่มีประวัติเดินทางมาจากดีอาร์คองโก และหนึ่งในนั้นเสียชีวิตแล้ว
การประกาศภาวะฉุกเฉิน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา WHO ได้ประกาศให้การแพร่ระบาดครั้งนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) แต่ยังไม่ถึงระดับของการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) เนื่องจากคณะกรรมการฉุกเฉินมีความเห็นพ้องต้องกันว่าความเสี่ยงในระดับโลกยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ความเสี่ยงในระดับภูมิภาคและประเทศอยู่ในระดับสูง
ดร. เกเบรเยซุสคาดการณ์ว่า จำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจหาเชื้อไวรัส ซึ่งอาจทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยเป็นจำนวนมาก



