มัสยิดต้นสน หรือที่รู้จักกันในชื่อ มัสยิดดารุลมุตตะกีน ตั้งอยู่ในตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ต้องปิดตัวลงหลังจากต่อสู้คดีเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต นานถึง 45 ปี โดยกรมการขนส่งทางรางได้ดำเนินการเวนคืนพื้นที่ดังกล่าวเพื่อใช้เป็นแนวเส้นทางรถไฟ ส่งผลให้มัสยิดซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและจิตวิญญาณของชาวมุสลิมในพื้นที่ต้องยุติบทบาทลง
ประวัติศาสตร์ยาวนาน 45 ปี สู่การปิดตัว
มัสยิดต้นสนก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน โดยที่ดินเดิมเป็นของเอกชนที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคให้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ ตลอดระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา มัสยิดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของชุมชนมุสลิมในย่านปทุมธานี มีการจัดกิจกรรมทางศาสนาทั้งการละหมาดวันศุกร์ การสอนศาสนา และงานประเพณีต่างๆ แต่เมื่อปี 2562 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มีแผนเวนคืนที่ดินเพื่อขยายเส้นทางรถไฟสายสีแดง ทำให้มัสยิดและบ้านเรือนโดยรอบประมาณ 30 หลังคาเรือนต้องได้รับผลกระทบ
การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยาวนาน
ชาวบ้านและคณะกรรมการมัสยิดได้พยายามต่อสู้คดีในชั้นศาลเพื่อขอให้มีการทบทวนการเวนคืน โดยอ้างว่ามัสยิดเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาและมีคุณค่าทางจิตใจ แต่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ยืนตามคำสั่งเวนคืน โดยให้เหตุผลว่าโครงการรถไฟสายสีแดงเป็นโครงการสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศ และการเวนคืนเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 หลังจากนั้น รฟท. ได้ดำเนินการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567
ผลกระทบต่อชุมชนมุสลิม
การปิดตัวของมัสยิดต้นสนส่งผลกระทบต่อชาวมุสลิมในพื้นที่ประมาณ 200 ครอบครัว ซึ่งต้องหาสถานที่ประกอบศาสนกิจแห่งใหม่ นายอับดุลรอแม็ง สาและ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า "การสูญเสียมัสยิดครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสูญเสียสถานที่ แต่เป็นการสูญเสียศูนย์กลางชุมชนที่หล่อหลอมความสัมพันธ์และอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่มาหลายชั่วอายุคน" ชาวบ้านบางส่วนต้องย้ายออกจากพื้นที่ไปอาศัยในชุมชนอื่น ขณะที่บางส่วนยังคงรอการจัดสรรที่ดินทดแทนจาก รฟท. ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน
ค่าชดเชยและการเยียวยา
กรมธนารักษ์ได้ประเมินค่าชดเชยที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่กรรมการมัสยิดเป็นจำนวนเงิน 12,500,000 บาท แต่คณะกรรมการมัสยิดเห็นว่าจำนวนเงินดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการสร้างมัสยิดใหม่ในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากราคาที่ดินในปัจจุบันสูงขึ้นมาก นอกจากนี้ ชาวบ้านที่ถูกเวนคืนบ้านเรือนยังได้รับค่าชดเชยตามราคาประเมิน ซึ่งบางรายได้รับเพียง 500,000-800,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการซื้อที่ดินและปลูกบ้านใหม่ในย่านเดียวกัน
อนาคตของพื้นที่และการพัฒนารถไฟสายสีแดง
โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต มีระยะทางรวม 26 กิโลเมตร ประกอบด้วย 10 สถานี คาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2568 โดยจะช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดและเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชนในเขตปริมณฑล การเวนคืนพื้นที่มัสยิดต้นสนเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวได้สร้างความเจ็บปวดให้กับชุมชนท้องถิ่นที่ต้องสูญเสียสถานที่สำคัญทางจิตวิญญาณ
บทเรียนสำหรับโครงการสาธารณูปโภคในอนาคต
กรณีมัสยิดต้นสนสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องสมดุลระหว่างประโยชน์สาธารณะและการรักษาคุณค่าของชุมชน ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองเสนอว่าควรมีการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นของชุมชนอย่างรอบด้านก่อนดำเนินการเวนคืน รวมถึงการจัดหาพื้นที่ทดแทนที่เหมาะสมและค่าชดเชยที่เป็นธรรม เพื่อลดผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความมั่นคงทางสังคมของประชาชน



