ทางการเวียดนามเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่นยากิที่พัดถล่มประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 87 รายแล้ว ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีก 70 ราย เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพัง
สถานการณ์ล่าสุด
พายุไต้ฝุ่นยากิซึ่งเป็นหนึ่งในพายุที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับพื้นที่ทางตอนเหนือของเวียดนาม โดยเฉพาะจังหวัดกวางนิญและไฮฟอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมสำคัญหลายแห่ง ลมแรงและฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่ บ้านเรือนประชาชนถูกทำลาย ต้นไม้ล้มทับสายไฟฟ้าทำให้หลายพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้
ความเสียหายในวงกว้าง
รายงานเบื้องต้นระบุว่ามีบ้านเรือนเสียหายมากกว่า 3,000 หลัง พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ถนนหลายสายถูกตัดขาด ทำให้การเดินทางและการขนส่งเป็นไปอย่างยากลำบาก นอกจากนี้ยังมีรายงานเรือประมงล่มและสูญหายอีกหลายลำ
การช่วยเหลือจากรัฐบาล
นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ฝ่าม มิญ จิ๊ญ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ที่สูญเสียบ้านเรือน รัฐบาลยังได้จัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ เช่น อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค ไปยังพื้นที่ประสบภัย
อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงพื้นที่บางแห่งยังคงเป็นอุปสรรคเนื่องจากถนนถูกตัดขาดและสภาพอากาศที่ยังไม่เอื้ออำนวย ทำให้การแจกจ่ายความช่วยเหลือล่าช้า
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
พายุไต้ฝุ่นยากิยังส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวของเวียดนาม โรงงานหลายแห่งในนิคมอุตสาหกรรมต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวเนื่องจากน้ำท่วมและไฟฟ้าดับ ขณะที่สนามบินนานาชาติในพื้นที่ได้รับความเสียหาย ทำให้เที่ยวบินหลายเที่ยวต้องถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่ามูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึงหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามในไตรมาสนี้
การเตือนภัยและการเตรียมพร้อม
กรมอุตุนิยมวิทยาเวียดนามได้ออกประกาศเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นล่วงหน้า แต่เนื่องจากพายุมีความรุนแรงและเคลื่อนตัวเร็ว ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่สามารถอพยพได้ทัน เจ้าหน้าที่จึงเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงระบบเตือนภัยและการจัดการภัยพิบัติของเวียดนามให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต



