เปิดผลสำรวจความเครียดคนไทยปี 2567 พบปัญหาหนี้สินและค่าครองชีพสูงสุด
ผลสำรวจความเครียดคนไทยปี 67 หนี้สินและค่าครองชีพสูงสุด

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เปิดเผยผลสำรวจความเครียดของคนไทยในปี 2567 ซึ่งพบว่าปัญหาหนี้สินและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยเกิดความเครียดมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 35.2 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด รองลงมาคือปัญหาสุขภาพทั้งกายและใจ ร้อยละ 22.4 และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 18.6

รายละเอียดผลสำรวจ

ผลสำรวจนี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 2,500 คน ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2567 โดยพบว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความเครียดในระดับปานกลางถึงสูง โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 25-45 ปี ซึ่งมีภาระค่าใช้จ่ายสูงและหนี้สินจากการกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์

สาเหตุของความเครียด

  • หนี้สิน: ร้อยละ 35.2 ระบุว่าหนี้สินเป็นสาเหตุหลัก โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค
  • ค่าครองชีพ: ร้อยละ 28.6 ระบุว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาอาหาร พลังงาน และที่อยู่อาศัย
  • ปัญหาสุขภาพ: ร้อยละ 22.4 ระบุถึงปัญหาสุขภาพทั้งทางกายและใจ เช่น โรคเรื้อรัง ความเหนื่อยล้า และภาวะซึมเศร้า
  • ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ: ร้อยละ 18.6 กังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การว่างงาน และรายได้ที่ไม่แน่นอน

วิธีจัดการความเครียด

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ใช้วิธีจัดการความเครียดด้วยการพูดคุยกับคนใกล้ชิด (ร้อยละ 45.2) การฟังเพลงหรือดูหนัง (ร้อยละ 38.4) และการออกกำลังกาย (ร้อยละ 30.1) อย่างไรก็ตาม มีเพียงร้อยละ 12.3 ที่ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเข้าถึงบริการสุขภาพจิตยังมีข้อจำกัด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ

นักจิตวิทยาแนะนำให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพจิตมากขึ้น โดยการฝึกสติ การทำสมาธิ และการหากิจกรรมผ่อนคลาย นอกจากนี้ ภาครัฐควรมีมาตรการช่วยเหลือด้านหนี้สินและค่าครองชีพ รวมถึงเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต

ผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่คนไทยกำลังเผชิญในยุคปัจจุบัน ซึ่งต้องการการแก้ไขทั้งในระดับปัจเจกและนโยบายสาธารณะเพื่อลดความเครียดและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน