ลูกค้าแห่ถอนเงินจากธนาคารออมสิน หลังข่าวลือระบบล่ม
ลูกค้าแห่ถอนเงินจากธนาคารออมสิน หลังข่าวลือระบบล่ม

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ลูกค้าจำนวนมากแห่ไปถอนเงินจากธนาคารออมสินสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ หลังจากมีข่าวลือแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ว่าระบบของธนาคารเกิดขัดข้องและอาจส่งผลให้ธนาคารต้องปิดตัวลง ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน

ยอดถอนเงินพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

จากรายงานของธนาคารออมสิน พบว่ายอดถอนเงินในวันดังกล่าวสูงถึง 5,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าวันปกติถึง 3 เท่า โดยมีลูกค้ามาต่อคิวรอถอนเงินตั้งแต่เช้าตรู่ บางสาขามีแถวยาวเหยียดออกไปนอกธนาคาร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำงานเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน

ธนาคารยืนยันระบบปกติ

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าระบบของธนาคารยังคงทำงานได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาขัดข้องแต่อย่างใด พร้อมเรียกข่าวลือดังกล่าวว่าเป็น "ข่าวปลอม" และขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก โดยระบุว่า "ธนาคารออมสินยังคงดำเนินการตามปกติ ลูกค้าสามารถใช้บริการได้อย่างมั่นใจ"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สาเหตุของข่าวลือ

ข่าวลือดังกล่าวเริ่มต้นจากโพสต์ในโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าระบบของธนาคารออมสินล่มและธนาคารอาจถูกปิดตัวลง โดยไม่มีการระบุแหล่งที่มาที่ชัดเจน ต่อมาได้มีการแชร์ต่อกันอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดความกังวลในหมู่ลูกค้า โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่ฝากเงินจำนวนมาก

ผลกระทบต่อลูกค้า

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ลูกค้าจำนวนมากต้องเสียเวลาในการรอคิวและเดินทางไปธนาคาร บางรายถึงกับถอนเงินสดออกมาจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการถือเงินสดจำนวนมาก นอกจากนี้ยังสร้างความวิตกกังวลให้กับผู้ที่ไม่ได้ตรวจสอบข่าวสารอย่างละเอียด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มาตรการของธนาคาร

ธนาคารออมสินได้เพิ่มจำนวนพนักงานในสาขาต่างๆ เพื่อให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งเปิดสาขาพิเศษในบางพื้นที่เพื่อรองรับปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่ปล่อยข่าวลือดังกล่าว

ข้อควรระวัง

ธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาเตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนเชื่อถือข่าวลือ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับสถาบันการเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของประเทศ