ประธานาธิบดียุนซอกยอลแห่งเกาหลีใต้ได้ประกาศให้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศอยู่ในระดับร้ายแรงที่สุด เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 หลังพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงเกิน 1 แสนคนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
การประกาศสถานการณ์ร้ายแรง
ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ประเทศกำลังเผชิญกับคลื่นการระบาดระลอกใหม่ที่รุนแรง โดยมีสาเหตุหลักมาจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ย่อยโอไมครอน BA.5 ที่แพร่กระจายได้รวดเร็ว พร้อมสั่งการให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ระดมทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งนี้
มาตรการรับมือ
รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ประกาศมาตรการเพิ่มเติมหลายประการ ได้แก่
- เพิ่มจำนวนเตียงในโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยหนักอีก 5,000 เตียง
- เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว
- ขยายเวลาทำการของศูนย์ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศให้เปิดบริการ 24 ชั่วโมง
- สนับสนุนให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านอีกครั้งในพื้นที่ที่มีการระบาดสูง
นอกจากนี้ ประธานาธิบดียุนยังขอความร่วมมือจากประชาชนในการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ และหลีกเลี่ยงการรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ปิด
สถานการณ์การระบาด
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี (KCDC) รายงานว่า ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 102,345 ราย ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 5 เดือน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 45 รายต่อวัน ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่เริ่มระบาดอยู่ที่ 24,567 ราย
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า การระบาดระลอกนี้เกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรค การแพร่กระจายของเชื้อกลายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันที่ลดลงของประชาชนที่ได้รับวัคซีนนานแล้ว
ทั้งนี้ เกาหลีใต้มีประชากรประมาณ 52 ล้านคน มีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 18 ล้านราย นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในปี 2563



