นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ว่าดัชนีดังกล่าวปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 42 เดือนนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 เป็นต้นมา
สาเหตุหลักจากสงครามและราคาน้ำมัน
ผู้บริโภคมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน รวมถึงราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพของประชาชน โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 43.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวมอยู่ที่ระดับ 47.5 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 57.9 ซึ่งปรับตัวลดลงทุกรายการเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน และยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติที่ระดับ 100
ผู้บริโภคยังไม่มั่นใจสถานการณ์เศรษฐกิจ
การที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสงคราม ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง
แนวโน้มการจับจ่ายในช่วงครึ่งปีแรก
คาดว่าผู้บริโภคจะยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เนื่องจากรอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ว่ามีแนวโน้มรุนแรงมากน้อยเพียงใดและจะยุติเร็วแค่ไหน ตลอดจนรอดูมาตรการของรัฐบาลในการบรรเทาผลกระทบจากสงครามและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคได้มากน้อยเพียงใด
ไทยช่วยไทยพลัสหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายนจะเป็นเครื่องชี้วัดทิศทางความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ว่าจะเริ่มกลับมามั่นใจในภาวะเศรษฐกิจไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างไร หลังจากที่รัฐบาลเริ่มอัดฉีดเม็ดเงินภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไปรวม 4 เดือนจนถึงเดือนกันยายน 2569



