ธนาคารโลกได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจไทยล่าสุด โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวที่ร้อยละ 2.4 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวที่ช้าของภาคการท่องเที่ยวและอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ
การคาดการณ์เศรษฐกิจไทย ระบุว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2567 อยู่ที่ร้อยละ 2.5 ก่อนจะชะลอลงเล็กน้อยในปี 2568 ทั้งนี้ ปัจจัยลบสำคัญ ได้แก่ หนี้ครัวเรือนที่สูงถึงร้อยละ 90.6 ของ GDP ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคภาคเอกชน รวมถึงการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ข้อเสนอแนะจากธนาคารโลก
รายงานของธนาคารโลกได้เสนอแนะให้ไทยดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในด้าน:
- การพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี
- การเพิ่มผลิตภาพ ผ่านการลงทุนในนวัตกรรมและการวิจัยพัฒนา
- การปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
- การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบการเงิน เพื่อลดความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือน
ผลกระทบต่อภูมิภาค
การเติบโตที่ต่ำของไทยอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาค เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของอาเซียน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารโลกแนะนำให้ไทยใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีและการเชื่อมโยงภูมิภาคเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงความจำเป็นในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ธนาคารโลกมองว่าเศรษฐกิจไทยมีศักยภาพในการฟื้นตัว หากสามารถดำเนินการปฏิรูปได้สำเร็จ โดยคาดว่าการเติบโตในระยะยาวจะอยู่ที่ร้อยละ 3-4 ต่อปี อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้และการเข้าถึงบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ
รายงานฉบับนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาและการฝึกอบรมทักษะใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงานไทยสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและโครงสร้างเศรษฐกิจ



