นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โดยคาดว่าจะเห็นผลในรอบการคำนวณค่าไฟเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี้
เร่งแยกค่าใช้จ่ายเพื่อลดภาระประชาชน
นายเอกนัฏกล่าวว่า ทุกหน่วยงานยินดีร่วมกันรับผิดชอบ พร้อมเร่งหารือแนวทางดำเนินการให้เกิดผลโดยเร็ว โดยเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กบง.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กพช.) เพื่อให้แยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟได้โดยเร็ว
“เมื่อแยกค่าใช้จ่ายส่วนดังกล่าวออกจากค่าไฟฐานแล้ว จะทำให้ค่าไฟลดลงทันที ก่อนที่ กกพ. จะพิจารณาอัตราค่าไฟใหม่” นายเอกนัฏย้ำ
ค่าไฟสาธารณะเกือบ 2 หมื่นล้านบาทต่อปี
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั้ง 3 การไฟฟ้า และ กกพ. กำลังร่วมกันหาสมการแก้ปัญหา โดยย้ำว่าหลักสำคัญคือ ประชาชนต้องไม่เป็นผู้แบกรับภาระ
นายพลพีร์ระบุว่า ค่าใช้จ่ายเฉพาะไฟสาธารณะอยู่ที่เกือบ 2 หมื่นล้านบาทต่อปี และขณะนี้ได้แนวทางในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังต้องหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เนื่องจากบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง
หลังจากนั้น จะต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีภายหลังเดินทางกลับจากประเทศฝรั่งเศส ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมาย โดยยังต้องพิจารณาว่าจะเสนอผ่านคณะรัฐมนตรี กพช. หรือ กกพ.
ขอโทษประชาชนที่ถูกเรียกเก็บมานานกว่า 30 ปี
นายพลพีร์กล่าวขอโทษประชาชน โดยระบุว่ามาตรการจัดเก็บค่าไฟลักษณะดังกล่าวมีมานานกว่า 30 ปีแล้ว พร้อมย้ำว่าตนเอง นายเอกนัฏ และหน่วยงานด้านไฟฟ้าทุกแห่ง มีหลักเกณฑ์เดียวกัน คือการนำภาระออกจากประชาชน และไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีก
“ปัจจุบันมีหลายแนวทางที่กำลังหารือกัน แต่ต้องการให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน จึงจะร่วมกันแถลงต่อประชาชนและสื่อมวลชน เพื่อไม่ให้เกิดการปรับเปลี่ยนข้อมูลภายหลัง และต้องการให้มีข้อความสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน” นายพลพีร์กล่าว
มาตรการระยะยาวเพื่อลดค่าไฟ
นายเอกนัฏยังระบุว่า การเปิดเผยข้อมูลเรื่องค่าไฟสาธารณะเป็นเพียงหนึ่งในหลายมาตรการที่จะช่วยลดค่าไฟในระยะยาว ทั้งการลดต้นทุนระบบไฟฟ้า การทบทวนสัญญารับซื้อไฟ และการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ เพื่อให้ค่าไฟลดลงโดยไม่ผลักภาระให้ประชาชน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การแยกค่าไฟภาครัฐออกจากบิลค่าไฟของประชาชนจะสามารถดำเนินการได้เร็วที่สุดเมื่อใด นายเอกนัฏยืนยันว่า “ทำเลย ทำให้เร็วที่สุด”



