กกร.คงเป้าGDPปี69โต1.6-2% ชี้ไทยช่วยไทยพลัสไม่ดันเศรษฐกิจ
กกร.คงเป้าGDPปี69โต1.6-2% ชี้ไทยช่วยไทยพลัสไม่ดันเศรษฐกิจ

นายผยง ศรีวนิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยผลประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า ที่ประชุม กกร. คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 1.6-2.0% แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับประมาณการจีดีพีเป็น 2.3% แต่เศรษฐกิจยังขยายตัวไม่ทั่วถึง ภาคครัวเรือนยังมีกำลังซื้อต่ำ การลงทุนจากต่างชาติแม้ขยายตัวสูงแต่ไม่ส่งผ่านสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงานอย่างเพียงพอ

โครงการไทยช่วยไทยพลัส: ช่วยค่าครองชีพแต่ไม่กระตุ้นจีดีพี

โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งดำเนินมาแล้ว 1 เดือน มีเป้าหมายลดภาระค่าครองชีพประชาชนและช่วยผู้ประกอบการ แต่ กกร. มองว่าไม่ได้ส่งผลต่อจีดีพีมากนัก ภาครัฐควรหามาตรการที่เน้นยกระดับทักษะแรงงานและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงวางแผนระยะถัดไปให้เหมาะสมและไม่ขัดกับระเบียบงบประมาณ

ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมัน

กกร. ประเมินว่าผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและคลังน้ำมันสำรองของ OECD ที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ราคาน้ำมันอาจไม่ลดลงมากไปกว่านี้ รัฐบาลต้องปรับลดข้อจำกัดด้านกฎหมายในภาคพลังงานและให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วิกฤตอสังหาริมทรัพย์: กำลังซื้ออ่อนแอ สินเชื่อเข้มงวด

นายผยง กล่าวถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบปัญหาจากการปล่อยสินเชื่อเข้มงวดว่า ไม่ใช่เพราะธนาคารไม่ต้องการปล่อยสินเชื่อ แต่เป็นเพราะกำลังซื้อประชาชนยังอ่อนแอ ทำให้ธนาคารต้องพิจารณาสินเชื่ออย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ผู้กู้มีภาระหนี้เกินศักยภาพ ขณะที่ประเทศไทยก้าวสู่สังคมสูงวัย จำนวนแรงงานลดลง ทำให้เกิดคำถามว่าผู้ซื้อบ้านกลุ่มใหม่จะมาจากไหน สิ่งสำคัญคือการสร้างอุปสงค์ใหม่ (Additional Demand) เพื่อทดแทนผลกระทบจากสังคมสูงวัย รวมถึงยกระดับศักยภาพแรงงานให้ทำงานได้นานขึ้นอีก 5-10 ปี มีรายได้เพียงพอในการกู้ซื้อบ้านโดยไม่เป็นหนี้เกินตัว

คุณภาพสินทรัพย์และมาตรการภาครัฐ

สมาคมธนาคารไทยยอมรับว่าธนาคารยังต้องช่วยประคองลูกหนี้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ซื้อบ้านมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รายได้คงเหลือสำหรับชำระหนี้ลดลง ส่วนมาตรการภาครัฐ เช่น การต่ออายุลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง และการขยายเวลาผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ออกไปอีก 1 ปี จะช่วยประคองตลาดได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยพลิกฟื้นตลาด เพราะปัญหาหลักคือกำลังซื้อของประชาชนที่ยังไม่มีแรงซื้อใหม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

เอกชนไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ เสนอแลนด์ลิงก์

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่า ภาคเอกชนไม่เห็นด้วย ควรปรับเป็นแลนด์ลิงก์ที่เชื่อมสองฝั่งทะเลแทน เนื่องจากใช้เงินลงทุนน้อยกว่าและลดความขัดแย้งในพื้นที่