หลายคนอาจมีนิสัยชอบเคี้ยวอาหารข้างใดข้างหนึ่งเป็นประจำ โดยไม่รู้ว่าพฤติกรรมนี้สามารถส่งผลเสียต่อโครงสร้างใบหน้าและสุขภาพช่องปากในระยะยาวได้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมได้ออกมาเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเคี้ยวข้างเดียว ซึ่งรวมถึงปัญหากรามคด ใบหน้าเบี้ยว และโรคข้อต่อขากรรไกรเรื้อรัง
สาเหตุและกลไกการเกิดปัญหา
การเคี้ยวอาหารข้างเดียวทำให้กล้ามเนื้อบดเคี้ยวข้างที่ใช้งานมีการพัฒนามากกว่าอีกข้างหนึ่ง ส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อใบหน้า เมื่อเวลาผ่านไป แรงกดที่กระทำต่อข้อต่อขากรรไกรและฟันจะไม่เท่ากัน ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของขากรรไกรและฟัน
ทันตแพทย์หญิง ดร.ปิยะรัตน์ วงศ์ศิริ จากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า "การเคี้ยวข้างเดียวเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการสึกของฟันไม่เท่ากัน ฟันโยก และเกิดปัญหาข้อต่อขากรรไกรอักเสบ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการปวดศีรษะ ปวดหู และปวดบริเวณใบหน้าได้"
ผลกระทบต่อโครงสร้างใบหน้า
นอกจากปัญหาทางทันตกรรมแล้ว การเคี้ยวข้างเดียวยังส่งผลต่อโครงสร้างใบหน้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่นที่กระดูกกำลังเจริญเติบโต การเคี้ยวข้างเดียวอาจทำให้ใบหน้าดูเบี้ยวไม่สมมาตร เนื่องจากกระดูกขากรรไกรข้างที่ใช้งานมากจะมีการเจริญเติบโตมากกว่าอีกข้างหนึ่ง
ในผู้ใหญ่ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าอาจไม่รุนแรงเท่าเด็ก แต่ก็ยังสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้ โดยเฉพาะในรายที่มีพฤติกรรมนี้มานานหลายปี นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดรอยย่นบริเวณแก้มข้างที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณนั้นไม่ได้รับการบริหาร
วิธีป้องกันและแก้ไข
การป้องกันปัญหาที่ดีที่สุดคือการฝึกเคี้ยวอาหารทั้งสองข้างสลับกันอย่างสม่ำเสมอ หากมีปัญหาเรื่องฟันข้างใดข้างหนึ่งที่ทำให้ไม่สามารถเคี้ยวได้ เช่น ฟันผุ ฟันโยก หรือเหงือกอักเสบ ควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อรักษาโดยเร็ว
สำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมเคี้ยวข้างเดียวมานานแล้ว แพทย์แนะนำให้เริ่มฝึกเคี้ยวอีกข้างหนึ่งอย่างช้าๆ โดยอาจเริ่มจากอาหารอ่อนๆ ก่อน เช่น กล้วย ข้าวต้ม หรือไข่ต้ม แล้วค่อยๆ เพิ่มความแข็งของอาหารเมื่อรู้สึกชิน นอกจากนี้ยังสามารถบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยการทำหน้าแปลกๆ หรือเคี้ยวหมากฝรั่งสลับข้าง
สถิติและข้อมูลเพิ่มเติม
จากการสำรวจของสมาคมทันตแพทย์แห่งประเทศไทย พบว่าประมาณ 40% ของผู้ใหญ่ในประเทศไทยมีพฤติกรรมเคี้ยวอาหารข้างเดียวเป็นประจำ โดยสาเหตุหลักมาจากการมีฟันผุหรือฟันที่ได้รับการรักษาไม่สมบูรณ์ในข้างที่ไม่ชอบเคี้ยว
ทันตแพทย์หญิง ดร.ปิยะรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า "หากปล่อยให้เคี้ยวข้างเดียวนานเกิน 6 เดือน โดยไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของข้อต่อขากรรไกรอย่างถาวรได้ ดังนั้นจึงควรปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่นๆ"
การเคี้ยวข้างเดียวอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ควรมองข้าม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้



