นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SCGJWD Logistics และกรรมการรองเลขาธิการ หอการค้าไทย เปิดเผยมุมมองต่อโครงการ Land Bridge ภายหลังงานเสวนา “Rail Revolution: ผ่าทางตันต้นทุนพลังงาน พลิกโฉมโลจิสติกส์ไทยด้วย พ.ร.บ.ราง 2568” ว่า ในมุมภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความคุ้มค่าในการลงทุน” ซึ่งต้องพิจารณาจากตลาดและปริมาณลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการจริง
ความคุ้มค่าต้องมาก่อน
นายบรรณ กล่าวว่า การลงทุนด้านโลจิสติกส์ต้องดูว่าจะดึงลูกค้าจากที่ใด ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าในประเทศ ต่างประเทศ หรือแข่งขันดึงลูกค้าจากมาเลเซีย สิงคโปร์ หรือจีนเข้ามาใช้เส้นทางดังกล่าว โดยหลักสำคัญของระบบโลจิสติกส์คือการเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็วในการขนส่ง และทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโลจิสติกส์ไม่ได้มองแค่เรื่องประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึง “Resiliency” หรือความสามารถในการรองรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โลก เช่น สงครามหรือความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งทำให้ต้องประเมินว่า Land Bridge สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของระบบได้หรือไม่
ข้อสังเกตเรื่องความคุ้มทุน
นายบรรณ กล่าวว่า การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน จำเป็นต้องดูจุดคุ้มทุนอย่างละเอียด เพราะธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเป็นเรื่องของตัวเลขและปริมาณสินค้าจริง ไม่สามารถเสกลูกค้าขึ้นมาได้ โดยต้องประเมินว่าสินค้าและเรือจะเข้ามาใช้เส้นทางดังกล่าวจริงหรือไม่
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้ Land Bridge จะช่วยลดระยะเวลาการเดินเรือได้ประมาณ 3 วัน แต่ต้องพิจารณาว่าลูกค้าต้องการหรือไม่ เพราะการขนส่งทางเรือส่วนใหญ่มองเป็นรายเดือนมากกว่าความแตกต่างเพียงไม่กี่วัน อีกทั้งยังต้องคำนวณต้นทุนการขนถ่ายสินค้าแบบ Lift On-Lift Off รวมถึงความคุ้มค่าระหว่างการใช้เรือขนาดใหญ่และเรือขนาดเล็ก
“อย่าเพิ่งคิดเรื่องลงทุนเท่าไหร่ แต่ต้องดูว่าสินค้ามาจริงหรือเปล่า ต้องยืนยันให้ชัดก่อน” นายบรรณ กล่าว
ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนหากมีผู้ใช้จริง
อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐเดินหน้าโครงการ Land Bridge จริง ภาคเอกชนก็พร้อมสนับสนุนและพยายามใช้ประโยชน์จากโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมองว่าอาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำรองในช่วงเกิดปัญหาหรือวิกฤต รวมถึงอาจต่อยอดเชื่อมระบบรางไปยังท่าเรือฝั่งระนองหรือภาคใต้ เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์
นายบรรณ ยังมองว่า ความคุ้มทุนของภาครัฐกับภาคเอกชนแตกต่างกัน เพราะภาครัฐอาจคำนึงถึงประโยชน์ด้านความมั่นคง การลดความเสี่ยง หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคเพิ่มเติมจากผลตอบแทนทางการเงิน
“ถ้าทำออกมาแล้วไม่มีคนใช้ กลายเป็น Land Bridge ร้าง ก็ไม่ค่อยเห็นด้วย ต้องทำให้มีผู้ใช้งานจริง ก็ถือว่าน่าสนใจ” นายบรรณ กล่าว
ปัจจัยที่ผู้ประกอบการเลือกใช้บริการ
นายบรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งผ่านทางด่วน มอเตอร์เวย์ หรือระบบราง สุดท้ายผู้ประกอบการจะเลือกวิธีที่ตอบโจทย์ด้านต้นทุน ความรวดเร็ว ความสม่ำเสมอ และความน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยย้ำว่า Land Bridge ยังต้องศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องปริมาณผู้ใช้งานจริงและศักยภาพการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ก่อนตัดสินใจลงทุนในระยะยาว



