ฟิลิปปินส์เตรียมพร้อมรับมือ AI แย่งงาน ผลิตบุคลากรด้าน AI กว่า 2 แสนคน
ฟิลิปปินส์เตรียมพร้อมรับมือ AI แย่งงาน ผลิตบุคลากรด้าน AI กว่า 2 แสนคน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศแผนเร่งด่วนในการผลิตบุคลากรด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำนวนกว่า 200,000 คนภายในระยะเวลา 4 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบของเทคโนโลยี AI ต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในภาคบริการและอุตสาหกรรมที่อาจถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ

นโยบายเร่งผลิตบุคลากร AI เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ

นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่าประเทศจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาถึงของ AI ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในหลายภาคส่วน รัฐบาลจึงได้กำหนดเป้าหมายในการผลิตบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI อย่างน้อย 200,000 คน ภายในปี พ.ศ. 2571 (ค.ศ. 2028) โดยเน้นการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะให้แก่แรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ

แผนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของฟิลิปปินส์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค และลดความเสี่ยงจากการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะในภาคธุรกิจบริการทางธุรกิจ (Business Process Outsourcing: BPO) ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกสูงถึงกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ภาค BPO เสี่ยงถูก AI แทนที่ ฟิลิปปินส์ต้องเร่งปรับตัว

ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศผู้ให้บริการด้าน BPO ชั้นนำของโลก โดยมีแรงงานในภาคนี้มากกว่า 1.3 ล้านคน อย่างไรก็ตาม การพัฒนา AI โดยเฉพาะระบบแชทบอทและระบบตอบรับอัตโนมัติ อาจทำให้ความต้องการแรงงานในภาคนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายอีวาน อูอี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจดิจิทัลจากมหาวิทยาลัย Ateneo de Manila กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นทั้งความท้าทายและโอกาส ฟิลิปปินส์จำเป็นต้องยกระดับทักษะของแรงงานให้สูงขึ้น เพื่อให้สามารถทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้นที่ AI ไม่สามารถทำได้ เช่น การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และความคิดสร้างสรรค์”

หลักสูตรฝึกอบรม AI สำหรับแรงงานทุกวัย

รัฐบาลฟิลิปปินส์ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สถาบันเทคนิค และบริษัทเอกชน ในการออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมด้าน AI ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง โดยเน้นการเรียนรู้ออนไลน์และการฝึกปฏิบัติจริง หลักสูตรเหล่านี้เปิดให้แก่ทั้งนักศึกษาใหม่ แรงงานว่างงาน และพนักงานที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้าน AI ในทุกจังหวัด เพื่อให้เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรุนแรง

ความท้าทายและแนวโน้มในอนาคต

แม้แผนการผลิตบุคลากร AI จะเป็นก้าวสำคัญ แต่ยังมีความท้าทายหลายประการ เช่น การขาดแคลนครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี และการปรับเปลี่ยนทัศนคติของแรงงานที่อาจกลัวการเปลี่ยนแปลง

นายมาร์กอสกล่าวว่า “เราต้องยอมรับว่า AI จะเปลี่ยนโฉมหน้าของการทำงาน เราต้องเตรียมความพร้อมไม่เพียงแต่ทางเทคนิค แต่ยังรวมถึงการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวัฒนธรรมการทำงานของคนฟิลิปปินส์ด้วย”

ฟิลิปปินส์หวังว่าแผนนี้จะช่วยให้ประเทศสามารถก้าวข้ามวิกฤตการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และกลายเป็นศูนย์กลางด้าน AI ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป