ไขความลับรายได้เท่ากันแต่เงินเก็บต่างกัน
PPTV Wealth ชวนไขความลับว่าทำไมรายได้เท่ากัน แต่บางคนมีเงินเก็บ ในขณะที่อีกคนถังแตกสิ้นเดือน พร้อมแชร์ 5 เทคนิคเปลี่ยน Mindset สู่การออมแบบได้ผล โดย PPTV Online เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569
ทุกคนรู้ดีว่าการออมเงินเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อถึงสิ้นเดือน หลายคนกลับเจอปัญหาเงินหายไปไหนหมด ทั้งที่รายได้และค่าใช้จ่ายแทบจะเท่าเดิม ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากรายรับที่น้อยเกินไป แต่มีจุดเริ่มต้นจาก Mindset หรือวิธีคิดเรื่องเงินที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมการใช้จ่ายในแต่ละวัน
Kept by Krungsri ไขความลับวิธีคิดเรื่องเงิน
ล่าสุด Kept by Krungsri พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า คนเรามองคุณค่าของเงินแตกต่างกัน บางคนมองเงินเป็นเครื่องมือซื้อความสุขตรงหน้า ขณะที่บางคนมองเงินเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงในอนาคต วิธีคิดที่แตกต่างกันนี้เองที่เป็นตัวเร่งให้ผลลัพธ์ทางการเงินในช่วงปลายเดือนของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สมการสลับฝั่ง ออมก่อนใช้ VS ใช้ก่อนออม
จากการสำรวจพฤติกรรมของ Kept by Krungsri พบว่า กลุ่มคนที่มีรายได้ใกล้เคียงกันแต่กลับมีเงินเก็บไม่เท่ากันนั้น เกิดจากการจัดลำดับความสำคัญของเงินที่ต่างกัน โดยแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ
- กลุ่มออมสำเร็จหรือออมก่อนใช้ คนกลุ่มนี้จะเลือกหักเงินดิบเพื่อนำไปเป็นเงินเก็บทันทีที่เงินเดือนออก จากนั้นจึงค่อยนำเงินส่วนที่เหลือหลังจากหักออมแล้วไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
- กลุ่มออมล้มเหลวหรือใช้ก่อนออม คนกลุ่มนี้มักจะตั้งเป้าไว้ในใจว่าจะเก็บเงินส่วนที่เหลือตอนสิ้นเดือน แต่ในความเป็นจริง ค่าใช้จ่ายจิปาถะและสิ่งล่อตาล่อใจในแต่ละวันจะค่อย ๆ ดึงเงินออกจากกระเป๋าไปทีละนิดจนหมด ทำให้สุดท้ายแล้วไม่มีเงินเหลือให้เก็บเลย
Kept by Krungsri ระบุว่า วิธีคิดจะกำหนดพฤติกรรมโดยอัตโนมัติ หากเรามองว่าเงินคือรางวัลของความเหนื่อยล้า เราก็จะใช้จ่ายตามอารมณ์เป็นหลักเพื่อซื้อความสุขชั่วคราว แต่ถ้าเรามองเงินเป็นทรัพยากรที่ต้องบริหาร สมองของเราจะเริ่มวางแผนและคิดถึงความมั่นคงในระยะยาวทันที ดังนั้น คนที่สามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่อง จึงมักจะมีวิธีคิดที่คล้ายกัน คือ มองเงินเก็บเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นที่ต้องหักออกไป คิดก่อนใช้เสมอว่าเงินก้อนนี้จะกระทบอนาคตอย่างไร และให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าความพอใจชั่วคราว
แชร์ 5 เทคนิคปรับพฤติกรรม เปลี่ยนตัวเองสู่ระบบออมเงินอัตโนมัติ
สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินของตัวเอง หลังจากที่เราปรับวิธีคิดเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างระบบที่จะช่วยให้การออมเงินเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดย Kept by Krungsri ได้แนะนำ 5 เทคนิคสำคัญดังนี้
1. จ่ายให้ตัวเองก่อนเสมอ (Pay Yourself First)
แทนที่จะรอให้เงินเหลือตอนสิ้นเดือนแล้วค่อยเก็บ ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า เงินออมคือค่าใช้จ่ายที่สำคัญมากสำหรับอนาคต วิธีการง่าย ๆ คือ ให้หักเงินออม 5-10% ทันทีที่มีรายได้เข้ามา เพื่อให้การออมเงินเกิดขึ้นก่อนการใช้จ่ายอื่น ๆ เมื่อเราทำแบบนี้จนเป็นนิสัย ก็จะไม่เผลอใช้เงินไประหว่างเดือนง่าย ๆ
2. ปักหมุดเป้าหมายการออมให้ชัดเจน
การออมเงินไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีจุดหมายมักจะล้มเหลวได้ง่าย การออมจะทำได้ต่อเนื่องมากขึ้นเมื่อเรารู้ชัดเจนว่าเก็บเงินไปเพื่ออะไร เช่น เก็บเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน เก็บไว้สำหรับท่องเที่ยว เก็บไว้ซื้อบ้านหรือซื้อรถ เก็บไว้เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต และเมื่อกำหนดเป้าหมายชัดเจน ทุกครั้งที่เราเก็บเงิน เราจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังขยับเข้าใกล้สิ่งที่ต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ
3. แยกบัญชีลดความสับสน
ปัญหาเงินไม่พอใช้ที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการนำเงินทุกก้อนมารวมกันไว้ในบัญชีเดียว ทำให้เราควบคุมการใช้จ่ายได้ยาก ดังนั้น การแยกบัญชีหรือแบ่งเงินออกเป็นส่วน ๆ ตามหน้าที่ของมัน จึงช่วยให้เราบริหารเงินได้ง่ายขึ้นมาก เช่น บัญชีเงินสำหรับใช้จ่ายประจำเดือน บัญชีสำหรับจัดการหนี้สิน บัญชีเงินส่วนตัวที่สามารถใช้ได้ตามใจ บัญชีเงินออม บัญชีเงินสำรองฉุกเฉิน เพราะเมื่อเงินแต่ละก้อนมีหน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน การตัดสินใจใช้เงินก็จะง่ายขึ้น และช่วยให้เราออมเงินได้อย่างต่อเนื่อง
4. มองเงินเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่แค่สิ่งของ
เพราะหากเรามองเงินเป็นแค่สิ่งที่ใช้แล้วหมดไป การตัดสินใจซื้อของเรามักจะจบลงแค่คำว่า อยากได้ไหม แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมามองว่าเงินคือเครื่องมือที่ช่วยสร้างทางเลือกและความสบายใจในอนาคต วิธีการใช้เงินของเราก็จะเริ่มเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ ทุกครั้งก่อนที่จะจ่ายเงิน ลองหยุดคิดและถามตัวเองอีกรอบด้วยคำถามว่า สิ่งนี้จำเป็นจริง ๆ ใช่ไหม? ซื้อมาใช้แล้วจะช่วยอะไรเราในระยะยาวได้บ้าง? ซึ่งคำถามเหล่านี้จะช่วยดึงสติ และทำให้เราใช้เงินอย่างมีทิศทางมากขึ้น
5. ใช้แอปพลิเคชันเข้ามาช่วยจัดการ
ในยุคดิจิทัลแบบนี้ การสร้างวินัยทางการเงินไม่จำเป็นต้องพึ่งแค่แรงฮึดหรือความตั้งใจเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่เราสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการให้อัตโนมัติได้ เช่น แอปพลิเคชันเพื่อช่วยให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุกและสม่ำเสมอมากขึ้น
ทางลัดออมตังค์ ทำได้ทันทีไม่ต้องรอให้รวย
แม้ว่าวิธีคิดจะสำคัญมาก แต่สิ่งที่ช่วยให้เราสามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่องยาวนานก็คือ ระบบการเงิน เพราะเมื่อระบบทำงานแทนเราแล้ว การออมเงินก็จะไม่ต้องพึ่งพาแค่ระเบียบวินัยหรือความอดทนของเราเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างระบบง่าย ๆ ที่เราสร้างได้เอง เช่น การแยกบัญชีเงินเก็บ การตั้งโอนเงินอัตโนมัติ การกำหนดงบรายเดือน หรือการจำกัดงบใช้จ่ายบางประเภท
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นออมเงินตั้งแต่วันนี้ จุดเริ่มต้นที่ทุกคนทำได้ทันทีคือ เริ่มออมได้เลยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนเงิน เพื่อเป็นการสร้างวินัยทางการเงินให้เกิดขึ้นก่อน โดยมีแนวทางง่าย ๆ ทั้งออมเงิน 5-10% ของรายได้ หรือเริ่มจากจำนวนน้อย ๆ ที่เราทำได้จริงก่อน ตั้งเป้าหมายในการเก็บเงินด้วยระยะสั้น ๆ แค่ 3-6 เดือนก่อน เพื่อให้ทำสำเร็จได้ง่าย ใช้แอปพลิเคชันเข้ามาเป็นตัวช่วยในการออม เพื่อหักเงินออมอัตโนมัติไปเลย
ทั้งนี้ การออมเงินไม่จำเป็นต้องรอให้เรามีรายได้มากขึ้นก่อน แค่เริ่มจากการจัดลำดับการใช้เงินใหม่ ค่อย ๆ สร้างพฤติกรรมดี ๆ ที่ทำได้ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน และเลือกใช้เทคนิคการออมเงินที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพียงเท่านี้ การออมเงินก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและทำได้จริงอย่างแน่นอน



