แบงก์ชาติห่วงหนี้นอกระบบทะลัก หลังแบงก์เข้มปล่อยกู้
แบงก์ชาติห่วงหนี้นอกระบบทะลัก หลังแบงก์เข้มปล่อยกู้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้นอกระบบที่อาจเพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่สถาบันการเงินต่างๆ มีการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต ส่งผลให้ประชาชนบางกลุ่มที่เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ยาก อาจหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงและไม่เป็นธรรม

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทย

ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้สถาบันการเงินต้องระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ที่มีรายได้น้อยและมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดี ซึ่งอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดหนี้เสีย

ผลกระทบจากการเข้มงวดสินเชื่อ

การเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่นๆ ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนที่ต้องการเงินทุนด่วนหรือมีภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ จึงต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ ซึ่งมักมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึงร้อยละ 20-30 ต่อเดือน หรือมากกว่านั้น ทำให้เกิดภาระหนี้ที่สูงขึ้นและอาจนำไปสู่ปัญหาหนี้เสียในที่สุด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการแก้ไขของ ธปท.

ธปท. ได้มีมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การพักชำระหนี้ และการให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านโครงการต่างๆ แต่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสำหรับบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อยและไม่สามารถแสดงรายได้ที่แน่นอนได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้บริโภค

ผู้บริโภคควรวางแผนการใช้เงินอย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องกู้ยืม ควรเลือกใช้สินเชื่อในระบบที่มีการกำกับดูแลจากหน่วยงานรัฐ เพื่อป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบจากหนี้นอกระบบ นอกจากนี้ ควรศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขของสินเชื่อให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ

บทบาทของภาครัฐ

ภาครัฐควรมีบทบาทในการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน รวมถึงการส่งเสริมให้มีการเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งจะเป็นแนวทางในการลดปัญหาหนี้นอกระบบในระยะยาว