ธปท.ปรับลดค่าธรรมเนียม 19 รายการ เริ่ม 1 ก.ค. นี้ ช่วยประชาชน- SMEs
ธปท.ปรับลดค่าธรรมเนียม 19 รายการ เริ่ม 1 ก.ค. นี้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดค่าธรรมเนียมหลายรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ครอบคลุมค่าธรรมเนียม 4 ประเภท รวม 19 รายการ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง และลดภาระของประชาชนผู้ใช้บริการทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจ SMEs

สาเหตุของการปรับลดค่าธรรมเนียม

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธปท. พบว่าการเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางรายการยังไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยบางรายการมีต้นทุนลดลงหรือไม่มีต้นทุนแล้วจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังคงเก็บค่าบริการอยู่ นอกจากนี้ ค่าบริการบางรายการที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งเรียกเก็บยังแตกต่างกันมาก หรือมีหลักการคิดที่ไม่สะท้อนต้นทุนอย่างชัดเจน

ธปท. จึงออกหลักเกณฑ์กำหนดค่าบริการและการให้บริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และปรับลดหลายรายการลงให้สะท้อนต้นทุนมากขึ้น โดยไม่เป็นภาระเกินสมควรต่อผู้ใช้บริการ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายการค่าธรรมเนียมที่ปรับลด

ค่าธรรมเนียมที่ปรับลดแบ่งเป็น 4 หมวด ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

1. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก (Deposit-related)

  • ค่าขอรายการเดินบัญชีเงินฝาก (statement)
  • ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน
  • ค่ารักษาบัญชีเงินฝากกรณีบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวและมียอดเงินฝากคงเหลือน้อยกว่าที่กำหนด (dormant account)

2. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Card-related)

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐานและบัตรเดบิตพื้นฐาน
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต

3. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน (Payment transaction-related)

  • ค่าบริการข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน เช่น การฝาก ถอน โอนเงินที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์และที่สาขา การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต การฝากเช็ค และการรับชำระหนี้ค่าสินค้าและบริการ
  • ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment แบบภายในวัน
  • ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (commission in lieu of exchange)
  • ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

4. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

  • ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (front-end fee)
  • ค่าบริการขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา
  • ค่าบริการต่ออายุวงเงินสินเชื่อในรูปแบบวงเงินหมุนเวียน
  • ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบกำหนด (prepayment fee) กรณีสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา
  • ค่าบริการกรณียกเลิกวงเงิน (cancellation fee)

ข้อกำหนดและระยะเวลาบังคับใช้

ผู้ให้บริการจะต้องไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายรายการอื่น ค่าบริการรายการใหม่ หรือปรับอัตราดอกเบี้ย เพื่อทดแทนค่าบริการที่ลดลงอันเนื่องมาจากหลักเกณฑ์นี้ ยกเว้นกรณีที่มีเหตุจำเป็น เช่น ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การสิ้นสุดระยะเวลาส่งเสริมการขาย หรือความเสี่ยงของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป

หากผู้ให้บริการไม่สามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องคืนเงินส่วนต่างที่เรียกเก็บเกินกว่าหลักเกณฑ์ให้แก่ลูกค้านับตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์มีผลบังคับใช้ รวมถึงต้องจัดทำแผนและกรอบระยะเวลาดำเนินการเพื่อให้ปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์

หลักเกณฑ์นี้เป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 23/2569 เรื่อง การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ โดยการปรับต่าง ๆ จะทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปจนถึงเดือนตุลาคม 2569 เพื่อให้ผู้ให้บริการมีระยะเวลาในการปรับระบบงาน