กนง.นัดที่ 3 คาดคงดอกเบี้ย 1% ตลอดปี ลุ้นทบทวน GDP ท่ามกลางความไม่แน่นอน
กนง.นัดที่ 3 คาดคงดอกเบี้ย 1% ตลอดปี ลุ้นทบทวน GDP

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการประชุมดอกเบี้ยนโยบายของไทยในนัดที่ 3 ของปี ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. โดยตลาดคาดว่ากนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลางและภาวะเงินเฟ้อ แต่ประเด็นที่ต้องจับตาคือจะมีการทบทวนประมาณการ GDP หรือไม่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย: คงดอกเบี้ยตลอดปี โอกาสขึ้นจำกัด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เหตุผลที่มองว่ากนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ตลอดทั้งปี และโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยยังมีจำกัด เนื่องจากต้องรอประเมินทิศทางเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมเร่งขึ้นน้อยกว่าคาด และเศรษฐกิจไตรมาส 1/2569 ยังขยายตัวดี โดยมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากปัจจัยฝั่งอุปทานและเป็นลักษณะชั่วคราว

ขณะที่ทิศทางเศรษฐกิจครึ่งหลังของปี 2569 ยังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่สูง แต่มาตรการภาครัฐช่วยประคองภาพรวมการขยายตัว เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบ K-shaped ซึ่งการฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึงและเปราะบางต่อความเสี่ยงจากภายนอกประเทศ การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งซ้ำเติมอุปสงค์ในประเทศ ในขณะที่การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอาจมีประสิทธิผลจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้กนง.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ไปตลอดทั้งปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

SCB EIC: ปรับเพิ่ม GDP ปีนี้เป็น 2% คงดอกเบี้ยทั้งปี

SCB EIC มองว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวแบบ K-shaped และปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้เป็น 2% หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย พร้อมประเมินว่ากนง.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดปี 2569 เช่นกัน โดยแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมีที่มาจากปัจจัยอุปทานเป็นสำคัญ และการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนและภาคธุรกิจในระยะยาวยังไม่ถูกกระทบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

SCB EIC คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในปีนี้จะปรับลดลงจากมุมมองเดิมเหลือ 2.6% อยู่ในกรอบเป้าหมายได้ หลังสถานการณ์สงครามคลี่คลายช่วยให้ราคาพลังงานปรับลดลง ขณะที่ประเทศไทยยังมีเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง จึงไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลเงินเฟ้อและค่าเงินอ่อนค่าเช่นที่เกิดขึ้นกับบางประเทศในภูมิภาค

ภาวะการเงินยังตึงตัว แม้ดอกเบี้ยต่ำ

แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ภาวะการเงินโดยรวมยังตึงตัว โดยเฉพาะต่อลูกหนี้รายย่อยและ SME จากรายได้ที่ชะลอลง และความระมัดระวังของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ตามความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ที่ด้อยลง ทำให้มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และการเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs ควบคู่กับมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มสภาพคล่องและประคับประคองเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

เฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณขึ้น 1 ครั้ง ญี่ปุ่นขึ้นสูงสุดในรอบ 31 ปี

ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ก่อนในนัดแรกการทำหน้าที่ประธานเฟดของเควิน วอร์ช ที่ 3.50%-3.75% แต่ส่งสัญญาณว่าภายในปีนี้มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ขณะที่เงินเฟ้อยังคงเป็นความกังวลหลัก โดยสัญญาณ Dot Plot ล่าสุดสะท้อนโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นชัดเจน รวมถึงพร้อมลดคาดการณ์ GDP ปี 2026 เหลือ 2.2% จากเดิม 2.4%

ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 1.0% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 หรือในรอบ 31 ปี โดยการโหวตผ่านด้วย 7 ต่อ 1 เสียง เพื่อรับมือเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและเงินเยนที่อ่อนค่าลง