คาดเงินเฟ้อปีนี้ขยายตัวสูงที่ 3.1% จับตา Supply Disruption ดันพุ่ง 6.6%
คาดเงินเฟ้อปีนี้ขยายตัวสูงที่ 3.1% จับตา Supply Disruption

Krungthai COMPASS คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในปี 2569 จะขยายตัวสูงถึงร้อยละ 3.1 หลังจากที่ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเมษายนกลับมาเป็นบวกอีกครั้งในรอบ 13 เดือน อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อและเกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ (Supply Disruption) อย่างรุนแรง อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีอาจพุ่งแตะระดับร้อยละ 6.6 ได้

เงินเฟ้อเดือนเมษายนพลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 13 เดือน

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ร้อยละ 2.89 ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.10 และเป็นการกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 13 เดือน ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 30.2 ตามทิศทางตลาดโลก อันเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ขณะที่หมวดของใช้ส่วนบุคคลลดลงร้อยละ 2.33 และหมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าลดลงร้อยละ 1.23

เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.75 โดยหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.79 ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ และของใช้ส่วนบุคคลที่สิ้นสุดช่วงโปรโมชั่น ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.13 ตามราคาผักสดและไข่ไก่ที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยทำให้ผลผลิตลดลง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มเงินเฟ้อช่วงที่เหลือของปี

Krungthai COMPASS คาดว่าในช่วง 8 เดือนที่เหลือของปีนี้ อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยจะอยู่ที่ร้อยละ 4.5 ภายใต้สมมติฐานที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายภายในครึ่งปีแรก และราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยอยู่ที่ 88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เทียบกับปี 2568 ที่ 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนเมษายนอยู่ที่ร้อยละ 0.83 เร่งตัวจากเดือนก่อนที่ร้อยละ 0.57

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อและการเจรจาไม่มีข้อสรุป จนเกิดภาวะ Supply Disruption ที่รุนแรงและยาวนาน อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีอาจแตะระดับร้อยละ 6.6 ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีนับจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

การส่งผ่านต้นทุนสู่ผู้บริโภคยังไม่ชัดเจน

การส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังผู้บริโภคจะทยอยชัดเจนขึ้น เนื่องจากล่าสุดพบว่าผู้ผลิตยังส่งผ่านราคาไม่มากนัก โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เฉลี่ยเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 อยู่ที่ร้อยละ 3.27 ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อยู่ที่เพียงร้อยละ 0.32

ผลสำรวจล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยในเดือนเมษายน 2569 ชี้ว่า ธุรกิจกว่า 35% มีแนวโน้มปรับขึ้นราคาไม่เกิน 10% ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ขณะที่อีก 35% จะปรับขึ้นราคาเกิน 10% เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่สูงขึ้นจะกดดันกำลังซื้อ ทำให้มาตรการภาครัฐเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างตรงจุดมีความจำเป็นในระยะสั้น ขณะที่มาตรการระยะยาวต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ