นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 102.85 เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งอยู่ที่ 100.42 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 2.42 (YoY) โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับสูงขึ้น
อาหารสำเร็จรูปปรับราคาสูงเป็นวงกว้าง
ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ค่าครองชีพในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปรับสูงขึ้นร้อยละ 2.79 (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับที่ 44 จาก 139 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และอยู่ในอันดับที่ 5 ของอาเซียนจาก 9 ประเทศที่มีการประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสปป.ลาว)
หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 3.31%
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 2.42 (YoY) ในเดือนนี้ มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้ หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 3.31 (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าและบริการสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) ค่าโดยสารสาธารณะ (ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศ ค่าโดยสารรถตู้ ค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศ ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง ค่าโดยสารรถเมล์เล็ก/รถสองแถว) ค่าเช่าบ้าน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น ค่าบริการขนขยะ) ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาลดลงอาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู ครีมนวดผม น้ำยาระงับกลิ่นกาย แป้งผัดหน้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า) และเสื้อผ้า (เสื้อผ้าสตรี กางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดเด็ก)
หมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.03%
หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 1.03 (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ข้าวสารเจ้า เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟร้อน/เย็น) ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน แตงโม องุ่น ฝรั่ง มะละกอสุก) อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลงอาทิ เนื้อสุกร ข้าวสารเหนียว และผักสด (ผักชี มะเขือเทศ พริกสด ขิง ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักกาดขาว)
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้นร้อยละ 1.23 (YoY) เร่งตัวขึ้น จากเดือนพฤษภาคม 2569 ที่สูงขึ้นร้อยละ 0.92 (YoY)
เงินเฟ้อเดือนมิถุนายนลดลง 0.34% จากเดือนก่อน
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนมิถุนายน 2569 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2569 ลดลงร้อยละ 0.34 (MoM) จากการลดลงของหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ร้อยละ 0.66 (MoM) ตามราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ (น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) ที่ปรับลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านมีความชัดเจนที่จะยุติความขัดแย้งและปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน ค่าห้องพักโรงแรมปรับลดลงจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ และค่าโดยสารเครื่องบินในประเทศปรับลดลงตามความต้องการเดินทางที่ชะลอลงในช่วงนอกฤดูกาล (Low Season) รวมถึงต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับลดลง
อย่างไรก็ตาม มีสินค้าและบริการที่ราคาปรับสูงขึ้น อาทิ ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว สบู่ถูตัว น้ำยาระงับกลิ่นกาย กระดาษชำระ โฟมล้างหน้า ผ้าอนามัย ครีมนวดผม) สิ่งเกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างห้องน้ำ ผลิตภัณฑ์ฟอกผ้าขาว/น้ำยาซักผ้าขาว) ค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศ อาหารสัตว์เลี้ยง และค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษ
ขณะที่ หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 0.15 (MoM) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ผัดซีอิ๊ว/ราดหน้า ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ซึ่งได้รับผลจากการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย ขณะเดียวกัน ข้าวสารเจ้า กาแฟผงสำเร็จรูป และน้ำอัดลม ปรับสูงขึ้นจากการสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ ขณะที่มีสินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง อาทิ อาหารโทรสั่ง (Delivery) เนื้อสุกร ผลไม้สด (เงาะ มังคุด ทุเรียน แตงโม) และผักสด (มะนาว แตงกวา มะเขือ ถั่วฝักยาว พริกสด ใบกะเพรา)
แนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาส 3 ยังเป็นบวก
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ (1) ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ (2) ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง แม้ว่าต้นทุนการผลิตบางประเภทจะเริ่มส่งสัญญาณราคาลดลง สะท้อนถึงภาวะค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นอย่างถาวร (3) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า และ (4) ราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้าจากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน รวมทั้งมีความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ
สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ (1) ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย และ (2) ราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานที่เข้าสู่ตลาดอย่างเพียงพอ
สนค.คงประมาณการเงินเฟ้อทั้งปีที่ 1.5-2.5%
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่างร้อยละ 1.5 – 2.5 (ค่ากลาง 2.0) นางสาวณัฐิยากล่าวว่า สนค. ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ตามกรอบเดิม เนื่องจากเพิ่งมีการทบทวนประมาณการไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยตามหลักการจะปรับประมาณการทุก 3 เดือน แม้ว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกจะเริ่มปรับลดลงก็ตาม ส่วนการคาดการณ์รายเดือนยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
สำหรับอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 4 ที่คาดว่าจะขยายตัวสูงขึ้นกว่า 3% นั้น มีปัจจัยสำคัญจากฐานราคาปีก่อน รวมถึงราคาผักสดที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อนค่อนข้างมาก ขณะที่ ราคาอาหารสำเร็จรูปยังคงเป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันเงินเฟ้อ หลังผู้ประกอบการหลายรายทยอยปรับราคาขาย เพราะรับภาระต้นทุนสะสมมาเป็นเวลานาน แม้ว่าต้นทุนบางด้าน เช่น ราคาน้ำมัน จะเริ่มลดลงแล้วก็ตาม
จากการสำรวจพบร้านอาหารจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะร้านอาหารตามสั่ง ร้านในตลาดสด และร้านอาหารทั่วไป ได้ทยอยปรับราคาอาหารเพิ่มครั้งละ 5-10 บาท หลังไม่ได้ปรับราคามาเป็นระยะเวลานาน โดยร้านอาหารรายเล็กมีต้นทุนเฉลี่ยสูงกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ จึงมีแนวโน้มทยอยปรับราคาได้อีกในระยะต่อไป แม้จะเป็นการปรับขึ้นทีละเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม สนค. เห็นว่า การปรับขึ้นราคาอาหารจานเดียวเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน และเมื่อราคาปรับขึ้นแล้ว มักไม่ปรับลดลง แม้ต้นทุนบางรายการจะเริ่มคลี่คลาย ขณะเดียวกันยังพบว่ามีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเลือกตรึงราคาไว้เพื่อรักษาฐานลูกค้า ส่งผลให้การปรับราคากระจายตัวแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่



