ธนาคารโลกได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2567 เป็นร้อยละ 2.4 จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.0 การปรับเพิ่มนี้สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะในภาคการบริโภคและการท่องเที่ยว
ปัจจัยหนุนการเติบโต
รายงานของธนาคารโลกระบุว่า การบริโภคภาคเอกชนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2567 คาดว่าจะสูงถึง 36 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ได้แก่
- ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย
- ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจจำกัดการบริโภคในระยะยาว
- ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการค้าระหว่างประเทศ
ธนาคารโลกแนะนำให้ไทยดำเนินนโยบายการคลังอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งเร่งปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์



