FNA คืออะไร? การตรวจเซลล์ก้อนไทรอยด์ด้วยเข็มขนาดเล็ก
การคลำพบก้อนบริเวณลำคอมักสร้างความกังวลว่าอาจเป็นมะเร็งไทรอยด์ แต่แพทย์ระบุว่าก้อนไทรอยด์ส่วนใหญ่เป็นชนิดไม่ร้ายแรง และไม่จำเป็นต้องเจาะตรวจทุกราย การตรวจ FNA (Fine Needle Aspiration) หรือการเจาะเก็บเซลล์จากก้อนไทรอยด์ด้วยเข็มขนาดเล็กเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้ทั่วโลก ช่วยประเมินความเสี่ยงของมะเร็งไทรอยด์และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม โดยเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน แผลเล็ก เจ็บน้อย และสามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียว
วัตถุประสงค์และขั้นตอนการตรวจ FNA
FNA คือการใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเข้าไปเก็บตัวอย่างเซลล์จากก้อนไทรอยด์เพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา โดยแพทย์มักทำร่วมกับการอัลตราซาวด์นำทาง (Ultrasound-Guided FNA) เพื่อระบุตำแหน่งก้อนได้แม่นยำ วัตถุประสงค์สำคัญคือแยกก้อนไม่ร้ายแรงออกจากก้อนที่มีความเสี่ยง ประเมินโอกาสเป็นมะเร็งไทรอยด์ และใช้ประกอบการตัดสินใจในการติดตามหรือวางแผนการรักษา
ขั้นตอนการตรวจใช้เวลาประมาณ 10-30 นาที ผู้ป่วยนอนหงายแหงนคอเล็กน้อย แพทย์ทำความสะอาดฆ่าเชื้อบริเวณผิวหนังลำคอ ใช้อัลตราซาวด์หาตำแหน่งก้อน ใช้เข็มขนาดเล็กเก็บตัวอย่างเซลล์ ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา หลังทำสามารถกลับบ้านได้ทันทีและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ก้อนไทรอยด์ทุกก้อนจำเป็นต้องทำ FNA หรือไม่?
คำตอบคือไม่จำเป็น แพทย์จะพิจารณาความจำเป็นจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ ลักษณะของก้อนจากการอัลตราซาวด์ ขนาดของก้อน อัตราการโต การตรวจพบต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์ ประวัติได้รับรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ อาการผิดปกติร่วม เช่น กลืนลำบาก เสียงแหบ ก้อนแข็งหรือโตเร็ว ผู้ป่วยบางรายอาจเพียงติดตามอัลตราซาวด์เป็นระยะ โดยยังไม่จำเป็นต้องเจาะตรวจ
ก้อนไทรอยด์แบบไหนที่แพทย์มักพิจารณา FNA?
- ก้อนที่มีลักษณะเสี่ยงจากอัลตราซาวด์ เช่น ขอบก้อนไม่เรียบ มีจุดหินปูนขนาดเล็กภายในก้อน ก้อนที่สงสัยลุกลามออกนอกต่อมไทรอยด์ รูปร่างสูงมากกว่ากว้าง พบต่อมน้ำเหลืองผิดปกติ
- ก้อนที่มีขนาดเข้าเกณฑ์การตรวจ แม้ไม่มีลักษณะเสี่ยงชัดเจน
- ก้อนที่โตขึ้นระหว่างการติดตาม
ตรวจ FNA ไทรอยด์เจ็บไหม?
ความรู้สึกขณะตรวจใกล้เคียงกับการเจาะเลือดหรือฉีดยาทั่วไป เนื่องจากใช้เข็มขนาดเล็กมาก หลังตรวจอาจมีอาการระบมเล็กน้อยบริเวณที่เจาะ รู้สึกตึงบริเวณคอ มีรอยช้ำเล็กน้อยในบางราย อาการเหล่านี้มักดีขึ้นได้เองภายใน 1-2 วัน
ผลตรวจ FNA บอกอะไรได้บ้าง?
ผลตรวจวิเคราะห์โดยพยาธิแพทย์ตามมาตรฐานสากล Bethesda System แบ่งเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เก็บตัวอย่างเซลล์ไม่เพียงพอ อาจต้องตรวจซ้ำ กลุ่มที่ 2 ก้อนชนิดไม่ร้ายแรง (Benign) เป็นผลที่พบได้บ่อยที่สุด กลุ่มที่ 3-4 ผลไม่ชัดเจน อาจต้องติดตามเพิ่มเติมหรือตรวจซ้ำ กลุ่มที่ 5 สงสัยมะเร็ง กลุ่มที่ 6 พบเซลล์มะเร็ง แพทย์จะวางแผนการรักษาและผ่าตัดที่เหมาะสม
แม้ผลตรวจไม่พบเซลล์มะเร็ง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องติดตามอีก ในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวด์เป็นระยะ โดยเฉพาะกรณีก้อนมีขนาดใหญ่ มีก้อนหลายก้อน มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์ หรือก้อนมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างการติดตาม การติดตามต่อเนื่องช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
FNA บอกได้แน่ชัดหรือไม่ว่าเป็นมะเร็ง?
FNA เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยประเมินความเสี่ยงของมะเร็งไทรอยด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในบางกรณีผลตรวจอาจยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย ผลอัลตราซาวด์ และการตรวจเพิ่มเติมอื่น ๆ มาประกอบการวินิจฉัยร่วมกัน
สัญญาณที่ควรพบแพทย์
- คลำพบก้อนบริเวณลำคอหรือคอโตขึ้นผิดปกติ
- กลืนอาหารลำบาก รู้สึกเหมือนมีก้อนติดคอ
- เสียงแหบเรื้อรัง
- ก้อนโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์
การพบก้อนไทรอยด์ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป แต่ก้อนบางชนิดอาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติม FNA เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แพทย์วิเคราะห์ลักษณะก้อนไทรอยด์ได้อย่างแม่นยำ ใช้เวลาไม่นาน เจ็บน้อย และช่วยลดการผ่าตัดที่ไม่จำเป็นในผู้ป่วยจำนวนมาก หากคุณคลำพบก้อนบริเวณลำคอหรือได้รับแจ้งว่ามีก้อนไทรอยด์ การเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้เลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม
ขอบคุณข้อมูลจาก: โรงพยาบาลพญาไท 2



