ฝีดาษลิง หรือ Mpox เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัส Orthopoxvirus ซึ่งพบได้ในสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ การแพร่ระบาดของโรคนี้สู่มนุษย์เริ่มมีรายงานครั้งแรกในปี พ.ศ. 2513 ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยพบผู้ป่วยเด็กชายอายุ 9 เดือน ตั้งแต่นั้นมา โรคนี้ได้กลายเป็นโรคประจำถิ่นในแถบแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก ก่อให้เกิดการระบาดเป็นระยะ ๆ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
การระบาดในทวีปแอฟริกา
ในช่วงปี พ.ศ. 2524-2529 มีรายงานผู้ป่วยฝีดาษลิงมากกว่า 300 รายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยมีอัตราป่วยตายประมาณร้อยละ 10 ต่อมาในปี พ.ศ. 2539-2540 เกิดการระบาดครั้งใหญ่ในประเทศเดียวกัน มีผู้ป่วยมากกว่า 500 ราย และในปี พ.ศ. 2546 เกิดการระบาดในสาธารณรัฐคองโก มีผู้ป่วย 11 ราย การระบาดเหล่านี้มักเกิดจากการสัมผัสกับสัตว์ป่าที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะกระรอกและหนู ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ
การแพร่ระบาดข้ามทวีป
ในปี พ.ศ. 2546 เกิดการระบาดของฝีดาษลิงในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก โดยมีผู้ป่วย 47 รายใน 6 รัฐ สาเหตุมาจากการนำเข้าสัตว์ฟันแทะจากกานาที่ติดเชื้อมาขายเป็นสัตว์เลี้ยง ถือเป็นครั้งแรกที่โรคนี้แพร่ระบาดนอกทวีปแอฟริกา ต่อมาในปี พ.ศ. 2561-2562 มีรายงานผู้ป่วยในสหราชอาณาจักร อิสราเอล และสิงคโปร์ ซึ่งส่วนใหญ่มีประวัติเดินทางมาจากไนจีเรีย
การระบาดใหญ่ในปี พ.ศ. 2565
ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 เกิดการระบาดของฝีดาษลิงในหลายประเทศนอกทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาเหนือ องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดครั้งนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2565 การระบาดครั้งนี้มีลักษณะแตกต่างจากการระบาดครั้งก่อน เนื่องจากมีการแพร่เชื้อในกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายเป็นหลัก และมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่เคยเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดประจำถิ่น
การตอบสนองของนานาชาติ
หลายประเทศได้ดำเนินมาตรการควบคุมการระบาด เช่น การเฝ้าระวังผู้ป่วย การสอบสวนโรค การให้วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษแก่กลุ่มเสี่ยง และการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค องค์การอนามัยโลกยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแนะนำให้ประเทศต่าง ๆ เตรียมความพร้อมในการรับมือกับการระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ฝีดาษลิงเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่า และการรักษาสุขอนามัยที่ดี การทำความเข้าใจประวัติการแพร่ระบาดของโรคนี้จะช่วยให้เราสามารถเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต



