Meta จดสิทธิบัตร Digital Clone ใช้ AI จำลองพฤติกรรมผู้ใช้บนโซเชียลมีเดีย
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16:24 น. บริษัท Meta เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรายใหญ่ของโลก ได้รับอนุมัติสิทธิบัตรเกี่ยวกับแนวคิดการใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่หรือ Large Language Model (LLM) เพื่อสร้าง Digital Clone หรือโคลนดิจิทัลที่สามารถจำลองพฤติกรรมของผู้ใช้งานบนโซเชียลมีเดียได้อย่างละเอียด
แนวคิดและรายละเอียดของสิทธิบัตร
สิทธิบัตรนี้ระบุว่า LLM จะถูกฝึกด้วยข้อมูลเฉพาะของผู้ใช้ เช่น ประวัติการโพสต์ คอมเมนต์ การกดไลก์ และคอนเทนต์ที่เคยสร้างขึ้น เพื่อให้ AI เข้าใจพฤติกรรมเดิมของเจ้าของบัญชี จากนั้น Digital Clone จะสามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ แทนผู้ใช้ได้ เช่น การตอบกลับโพสต์ การคอมเมนต์ การตอบข้อความส่วนตัว หรือแม้แต่การโต้ตอบผ่านวิดีโอคอลและเสียงพูด
เอกสารสิทธิบัตรอธิบายว่าเทคโนโลยีนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการพักจากโลกออนไลน์เป็นเวลานาน หรือในกรณีที่ผู้ใช้งานเสียชีวิตแล้ว โดย Meta มองว่าสิ่งนี้จะช่วยลดผลกระทบจากความโศกเศร้าสำหรับผู้ติดตามและเพื่อน ๆ ที่ยังคิดถึง รวมถึงรักษา Engagement ให้ต่อเนื่องโดยเฉพาะสำหรับบัญชีอินฟลูเอนเซอร์หรือครีเอเตอร์ที่หารายได้จากแพลตฟอร์ม
แรงจูงใจและความกังวลทางสังคม
Andrew Bosworth ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Meta เป็นผู้เขียนหลักการของสิทธิบัตรนี้ ซึ่งยื่นขอจดตั้งแต่ปี 2566 อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Meta ได้ให้สัมภาษณ์กับ Business Insider ว่า บริษัทยังไม่มีแผนที่จะพัฒนาเทคโนโลยีนี้ตามตัวอย่างที่ระบุไว้ในขณะนี้ แม้ว่าการยื่นจดสิทธิบัตรจะเป็นการเปิดเผยแนวคิด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนำมาใช้งานจริงเสมอไป
เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความตายหรือที่เรียกว่า Grief Tech กำลังกลายเป็นธุรกิจใหม่ที่มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน บางฝ่ายมองว่าสามารถช่วยเยียวยาผู้ที่สูญเสียได้ ในขณะที่บางฝ่ายกังวลว่าอาจตอกย้ำความเศร้าโศกและขัดขวางกระบวนการเยียวยาตามธรรมชาติ Edina Harbinja ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจาก University of Birmingham กล่าวว่า ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมาย สังคม จริยธรรม และปรัชญาอย่างลึกซึ้ง
ผลกระทบและอนาคตของเทคโนโลยี
Joseph Davis ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาจาก University of Virginia แสดงความกังวลว่า การมี Digital Clone ของผู้ที่เสียชีวิตอาจสร้างความสับสนและตอกย้ำความเศร้ามากกว่าเป็นการช่วยเยียวยา เขาย้ำถึงความสำคัญของการเผชิญหน้ากับการสูญเสียที่แท้จริงและปล่อยให้ผู้ตายได้ตายไป
Meta มีประวัติการให้ความสำคัญกับมรดกดิจิทัล เช่น การเปิดตัวฟีเจอร์ Legacy Contact บน Facebook เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว และ Mark Zuckerberg เคยพูดถึงแนวคิดการสร้างอวตารเสมือนของผู้ล่วงลับใน Metaverse สิ่งนี้สะท้อนว่าเทคโนโลยีกลุ่มนี้กำลังเข้าสู่กระแสหลักมากขึ้น แต่คำถามสำคัญคือสังคมพร้อมหรือไม่สำหรับการมีตัวตนดิจิทัลอมตะบนโซเชียลมีเดีย
ในขณะที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องการเพิ่ม Engagement และข้อมูลผู้ใช้ การผสาน AI เข้ากับความตายยังคงเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ต้องการการถกเถียงเชิงปรัชญา จริยธรรม และสิทธิทางดิจิทัลอย่างกว้างขวาง อนาคตของเทคโนโลยีนี้ขึ้นอยู่กับว่า Meta จะพัฒนาออกมาในรูปแบบใด และสังคมจะยอมรับมันได้มากเพียงไร