พวงมาลัยรถยนต์เป็นอุปกรณ์ควบคุมทิศทางที่สำคัญ ไม่เพียงแต่ให้ความสวยงามและสัมผัสที่ดี แต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความแม่นยำในการขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็วสูง ในรถยนต์สมัยใหม่ พวงมาลัยไฟฟ้าแบบแปรผันน้ำหนักตามความเร็วมีประสิทธิภาพที่สัมพันธ์กับต้นทุนการออกแบบและการผลิต ยิ่งรถมีราคาสูง พวงมาลัยก็มักจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในรถซุปเปอร์คาร์หรือรถสปอร์ตสมรรถนะสูง
1. BMW M Servotronic
ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า Electromechanical steering system ในรถ BMW M ยุคใหม่แสดงถึงพัฒนาการจาก BMW M GmbH และเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงคนขับกับรถยนต์ พวงมาลัยนี้ปรับน้ำหนักผกผันตามความเร็วและโหมดการขับขี่ ส่งความรู้สึกจากแชสซี ระบบรองรับ และยาง ไปยังมือผู้ขับโดยตรง
พวงมาลัย M แบบ 3 ก้าน หุ้มหนังแท้ เย็บด้ายสีน้ำเงิน ฟ้า และแดง พร้อมสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นและแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ระบบนี้ใช้ในรถ BMW M2, M3, M4 และ M SUV โดยปรับน้ำหนักอัตโนมัติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ Servotronic ซึ่งใช้กลไกวาล์วและมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อปรับระดับน้ำหนักให้เหมาะสมกับลักษณะการขับขี่
ผู้ขับสามารถเลือกโหมด ROAD, SPORT หรือ TRACK ผ่านการตั้งค่า ทำให้ระดับน้ำหนักเหมาะสมกับความเร็วในขณะนั้น กลศาสตร์ขั้นสูงของแกนพวงมาลัยและซอฟต์แวร์ที่ปรับตั้งมาอย่างดี ส่งผลให้เกิดความแม่นยำและการตอบสนองที่น่าทึ่ง พวงมาลัยไฟฟ้านี้ยังช่วยลดน้ำหนักลง 1 กิโลกรัมและประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
2. Mercedes-AMG
พวงมาลัยสามก้านฐานตัดทรงสปอร์ตใน AMG GLE53 SUV ที่มีกำลัง 544 แรงม้าและแรงบิด 750 นิวตันเมตร ปรับไฟฟ้าได้สี่ทิศทาง หุ้มหนังแท้เย็บด้ายสีดำ และมีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ขนาดเล็ก
ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าชื่อ AMG Electromechanical Power Steering Speed Dependent Variable Assist ออกแบบมาเพื่อรองรับการหักเลี้ยวด้วยน้ำหนักที่ผกผันตามความเร็วและโหมดการขับเคลื่อน ระบบนี้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าปรับแรงดันของเหลวเพื่อทำให้พวงมาลัยหนืดขึ้นที่ความเร็วสูง ส่งมอบความรู้สึกมั่นคงทั้งในความเร็วต่ำและสูง
ปุ่มควบคุมใหม่บริเวณพวงมาลัยช่วยปรับการตอบสนองของช่วงล่าง ระบบแทรคชั่นคอนโทรล และโหมดขับเคลื่อนต่างๆ ทำให้การควบคุมมีประสิทธิภาพเฉียบคมมากขึ้น
3. Honda Type R
พวงมาลัยหนังแท้แบบสปอร์ตทรงสามก้านใน Civic Type R ปรับได้สี่ทิศทางเพื่อให้เหมาะกับสรีระผู้ขับ ระบบนี้ชื่อว่า Dual Pinion Variable Ratio Electric Power Assisted Rack and Pinion Steering ซึ่งใช้อัตราทดแปรผันตามความเร็วแบบอัตโนมัติ
น้ำหนักพวงมาลัยปรับผกผันตามความเร็ว เบาสบายในความเร็วต่ำและตึงกระชับในความเร็วสูง เพื่อความแม่นยำในการควบคุมรถที่มีกำลัง 340 แรงม้า ระบบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพชุดบังคับเลี้ยวให้ดีขึ้น
4. Lamborghini Revuelto
พวงมาลัยเส้นผ่าศูนย์กลาง 330 มม. ใน Lamborghini Revuelto ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์สำหรับรถ hypercar น้ำหนักพวงมาลัยไฟฟ้าในโหมดปกติหนักกว่ารถบ้านประมาณ 2 เท่า แต่ระบบควบคุมเสถียรภาพและกลไกไฟฟ้าช่วยให้ควบคุมได้ง่าย
ระบบ LPI (Adaptive Network Intelligent Management) ใช้ไจโรสโคป 3 ตัวและ Accelerometer 3 ตัวที่จุดศูนย์ถ่วงรถ เพื่อควบคุมพวงมาลัย ช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน และอื่นๆ ในแบบ Real-Time พวงมาลัยเพาเวอร์กึ่งไฟฟ้าปรับอัตราทดอัตโนมัติ ทำให้การหักเลี้ยวไวขึ้น และทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ปรับแรงบิดได้
พวงมาลัยหุ้มหนังกลับ Alcantara มีแป้นเปลี่ยนเกียร์คาร์บอนไฟเบอร์ขนาดใหญ่ และสวิตช์ควบคุมต่างๆ รวมถึงปุ่มปรับโหมดการขับเคลื่อน Anima ทำให้ Revuelto ง่ายต่อการขับเร็วทั้งบนถนนและสนามแข่ง
5. MINI JCW Electric
พวงมาลัยสปอร์ตแบบ 3 ก้านใน MINI JCW Electric หุ้มหนังแท้เย็บด้ายสีแดง และมีปุ่ม Boost สีแดงที่ด้านหลังเพื่อเพิ่มพลังงาน ขนาดพวงมาลัยพอดิบพอดีกับร่องกริ้บสำหรับการยึดจับที่มั่นคง
ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า Servotronic function ปรับน้ำหนักตามโหมดการขับเคลื่อนและความเร็ว ทำงานร่วมกับช่วงล่างที่แน่นและยืดหยุ่นของรถไฟฟ้าคันเล็ก ให้การตอบสนองที่ฉับไวและสนุกสนานแม้จะเป็นรถไฟฟ้า
โดยรวมแล้ว พวงมาลัยไฟฟ้าในรถยนต์สมัยใหม่แสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เน้นความแม่นยำ ความปลอดภัย และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น