OMODA & JAECOO มุ่งเน้นบริการหลังการขาย พร้อมสต็อกอะไหล่เพียงพอครอบคลุมรถทุกคัน
OMODA & JAECOO ย้ำบริการหลังการขาย สต็อกอะไหล่เพียงพอ

OMODA & JAECOO เดินหน้าบริการหลังการขาย มุ่งสร้างความเชื่อมั่นลูกค้าด้วยสต็อกอะไหล่เพียงพอ

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 มิสเตอร์บิล จาง รองประธานแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย และ AIMOGA ได้เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ไว้ที่ 26,000 คัน โดยเริ่มต้นด้วยความสำเร็จจาก JAECOO 5 EV ที่ครองอันดับ 1 SUV มียอดจดทะเบียนสูงสุดในเดือนมกราคม 2569 นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์แล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายเพื่อสร้างความไว้วางใจอย่างยั่งยืน

ยกระดับบริการหลังการขายด้วย 5 เสาหลักสำคัญ

นายธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัทตระหนักว่าบริการหลังการขายคือหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น จึงมุ่งพัฒนาทุกมิติอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ายกมาตรฐานศูนย์บริการให้ครบ 80 แห่ง ภายในกลางปี 2569 พร้อมโปรแกรม Body and Paint Certified เพื่อรับรองมาตรฐานอู่ซ่อม

นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดมาตรฐานบริการหลังการขายที่ประกอบด้วย 5 เสาหลักสำคัญ ดังนี้:

  1. กำลังคน: จัดเตรียมพนักงานเพียงพอเพื่อรองรับการบริการอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ขั้นตอนการบริการ: ปฏิบัติตามกระบวนการบริการ 7 ขั้นตอนที่กำหนดให้บริการสม่ำเสมอทุกศูนย์
  3. การจัดการอะไหล่: บริหารจัดการสต็อกอะไหล่อย่างเป็นระบบให้เพียงพอและครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าอย่างรวดเร็ว
  4. เครื่องมือและอุปกรณ์: เตรียมความพร้อมเครื่องมือครบถ้วนตามมาตรฐานเพื่อสนับสนุนการซ่อมบำรุงที่มีประสิทธิภาพ
  5. สิ่งอำนวยความสะดวก: จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการบริการ

แก้ไขปัญหาอะไหล่ค้างส่งและส่งมอบอุปกรณ์เสริมอย่างเป็นระบบ

บริษัทรับทราบปัญหาอะไหล่ค้างส่งที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า จึงได้ดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนด้วยการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการสต็อกอะไหล่ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรและกระจายอะไหล่ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อเร่งส่งมอบให้ลูกค้าโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำแผนการส่งมอบอุปกรณ์เสริมอย่างเป็นระบบ ได้แก่ พรมปูพื้น คู่มือการใช้งานรถ สมุดรับประกัน และอุปกรณ์ V2L โดยเริ่มติดตั้ง Wall Charger แล้ว และคาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเดือนเมษายน 2569 เพื่อสนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามมาตรฐาน

ด้วยการขยายเครือข่ายและยกระดับศูนย์บริการ OMODA & JAECOO มุ่งมั่นส่งมอบความอุ่นใจและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการดูแลและการซ่อมบำรุงจะได้รับการบริการอย่างมืออาชีพในทุกมิติ