ดีแทค เปิดตัวโครงข่าย 5G แบบสแตนด์อโลน (Standalone: SA) ครั้งแรกในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่มีประสิทธิภาพสูงและรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) และอุตสาหกรรม 4.0
ความแตกต่างของ 5G แบบสแตนด์อโลน
โครงข่าย 5G แบบสแตนด์อโลน แตกต่างจาก 5G แบบนอนสแตนด์อโลน (Non-Standalone: NSA) ตรงที่สร้างขึ้นบนแกนหลัก 5G ล้วนๆ โดยไม่พึ่งพาโครงข่าย 4G LTE ทำให้มีความหน่วงต่ำ ความเร็วสูง และรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมากได้ดีกว่า
ประโยชน์ต่อผู้ใช้งานและอุตสาหกรรม
การเปิดตัว 5G SA จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ การแพทย์ทางไกล และโรงงานอัจฉริยะ ซึ่งต้องการความเสถียรและความปลอดภัยสูง
- ความหน่วงต่ำ: ต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที รองรับการใช้งานแบบเรียลไทม์
- ความเร็วสูง: ดาวน์โหลดสูงสุดหลาย Gbps
- รองรับ IoT: เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้มากถึง 1 ล้านเครื่องต่อตารางกิโลเมตร
แผนการให้บริการ
ดีแทคจะเริ่มให้บริการ 5G SA ในพื้นที่สำคัญก่อน เช่น กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ก่อนขยายครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2568
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของไทยในการก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ และจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ



