ตำรวจสอบปากคำ 8 ผู้ต้องหาคดีเงินกู้นอกระบบ อ้างเป็นเพียงนายหน้า
ตำรวจสอบปากคำ 8 ผู้ต้องหาคดีเงินกู้นอกระบบ อ้างเป็นนายหน้า

พ.ต.อ. ชัชชวัล รอดบำรุง ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีจับกุมเครือข่ายเงินกู้นอกระบบที่เกี่ยวข้องกับร้อยตำรวจเอก หลังสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย พบว่าทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองเป็นเพียงนายหน้า ไม่ใช่เจ้าของเงินกู้ และไม่ทราบที่มาของเงินที่นำมาให้กู้ยืม

รายละเอียดการสอบสวนผู้ต้องหา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 8 คนให้การในทำนองเดียวกันว่า ตนเองเป็นเพียงคนกลางที่หาลูกค้าให้กับเจ้าของเงินกู้ตัวจริง ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ยังไม่ถูกจับกุม โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นค่านายหน้าจากยอดเงินกู้ที่ทำสำเร็จ โดยผู้ต้องหาอ้างว่าไม่รู้จักหรือไม่ทราบตัวตนที่แท้จริงของเจ้าของเงินกู้รายดังกล่าว

หลักฐานและพยานที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ. ชัชชวัล กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งจากบัญชีธนาคาร เส้นทางการเงิน และพยานบุคคล เพื่อหาความเชื่อมโยงไปยังตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้อยตำรวจเอกที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ ซึ่งขณะนี้ยังคงหลบหนีอยู่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

บทลงโทษตามกฎหมาย

สำหรับข้อหาที่ผู้ต้องหาทั้ง 8 รายถูกดำเนินคดี ได้แก่ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีการข่มขู่หรือใช้ความรุนแรงทวงหนี้ อาจมีข้อหาเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายอาญา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อผู้เสียหาย

ด้านผู้เสียหายที่ถูกดำเนินคดีจากเครือข่ายนี้ เปิดเผยว่า ถูกคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงถึงร้อยละ 20 ต่อเดือน หรือปีละ 240% ซึ่งสูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดถึง 10 เท่า ส่งผลให้ลูกหนี้หลายรายต้องสูญเสียทรัพย์สินและที่ดินเพื่อชำระหนี้ บางรายถึงขั้นถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง

แนวทางการดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.อ. ชัชชวัล กล่าวทิ้งท้ายว่า ทางกองปราบปรามจะเร่งรัดดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาที่เหลือ รวมถึงตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง โดยจะไม่ละเว้นการดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพลทุกราย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายและเป็นการปราบปรามปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง