ตำรวจไซเบอร์ (บก.สอท.) นำโดย พล.ต.ต. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับ พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้กำกับการกองกำกับการ 1 บก.สอท. แถลงผลการจับกุมเครือข่ายฟอกเงินรายใหญ่ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา
การสืบสวนนำไปสู่การจับกุม
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการสอบสวนคดีอาชญากรรมออนไลน์หลายคดีที่พบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีม้าจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจนพบเครือข่ายที่ใช้บัญชีม้าหมุนเวียนเงินมากกว่า 50 บัญชี โดยมีนายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 35 ปี เป็นหัวหน้าเครือข่าย
พล.ต.ต. กฤษณะ กล่าวว่า “เครือข่ายนี้มีการเปิดบัญชีม้าโดยใช้บุคคลอื่นเป็นผู้เปิด จากนั้นนำมาใช้รับโอนเงินจากเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ แล้วถอนเป็นเงินสดหรือโอนต่อไปยังบัญชีอื่น ทำให้ยากต่อการติดตาม”
ของกลางและมูลค่าความเสียหาย
เจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีได้จำนวนมาก ประกอบด้วย บัญชีเงินฝาก 20 บัญชี มูลค่ารวม 50 ล้านบาท รถยนต์หรู 5 คัน มูลค่า 15 ล้านบาท ทองคำแท่งน้ำหนัก 10 กิโลกรัม มูลค่า 30 ล้านบาท และอสังหาริมทรัพย์อีก 3 แห่ง มูลค่า 20 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ทั้งสิ้นกว่า 115 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารอีกจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี
วิธีการดำเนินคดี
ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” และ “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า “ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ รวมถึงเจ้าของบัญชีม้าที่ถูกนำมาใช้”
ผลกระทบต่อสังคม
การฟอกเงินผ่านบัญชีม้าเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น ตำรวจไซเบอร์จึงได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบบัญชีต้องสงสัยและร่วมมือกับธนาคารเพื่อป้องกันการเปิดบัญชีม้า
ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีม้าได้ที่สายด่วน 1441 หรือผ่านแอปพลิเคชัน “ตำรวจไซเบอร์”



