เกิดเหตุสลดรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้บนถนนพหลโยธิน จ.กาญจนบุรี มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน พร้อมเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลาประมาณ 12.00 น. เกิดเหตุรถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงบริเวณถนนพหลโยธิน ขาออก กม.ที่ 50 ตำบลท่าไม้ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดยรถบัสคันดังกล่าวบรรทุกนักเรียนและครูรวม 50 คน กำลังเดินทางไปทัศนศึกษาที่จังหวัดกาญจนบุรี
รายละเอียดเหตุการณ์
จากข้อมูลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ามะกา รับแจ้งเหตุรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้ มีผู้เสียชีวิตภายในรถ 20 ราย และได้รับบาดเจ็บ 30 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ขณะที่ครูและพนักงานขับรถได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลท่ามะกา และโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โดยมีทีมแพทย์และพยาบาลเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บต่างเดินทางมายังที่เกิดเหตุและโรงพยาบาลด้วยความเศร้าโศก
การสอบสวนและสาเหตุ
พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้สอบสวนหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ครั้งนี้อย่างเร่งด่วน โดยคาดว่าเกิดจากระบบแก๊สในรถบัสที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงอาจเกิดการรั่วไหลและลุกไหม้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการตรวจสอบจากวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญ
นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเยียวยาญาติผู้เสียชีวิต โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ผลกระทบและการเยียวยา
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทย โดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่สูญเสียบุตรหลานในวัยเรียน กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้โรงเรียนที่เกี่ยวข้องปิดเรียนเป็นการชั่วคราวเพื่อให้ครูและนักเรียนได้ฟื้นฟูสภาพจิตใจ ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะส่งทีมนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย
ตามรายงานเบื้องต้น มีผู้เสียชีวิต 20 ราย เป็นเด็กนักเรียน 17 ราย ครู 2 ราย และพนักงานขับรถ 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 30 ราย ส่วนใหญ่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่บางรายมีแผลไฟไหม้รุนแรงและต้องรักษาตัวในห้องไอซียู
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรงพยาบาลในพื้นที่ได้ระดมทรัพยากรเพื่อดูแลผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ และจะประสานกับโรงพยาบาลอื่นเพื่อรองรับหากมีผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม



