สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ล่าสุดมี 5 จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง ตรัง และสตูล หลังจากฝนตกหนักสะสมหลายวัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสูญหาย 1 ราย
ความเสียหายและผลกระทบต่อประชาชน
จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 200,000 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะนาข้าวและสวนยางพารา ถนนหลายสายถูกตัดขาด โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักในจังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ทำให้การเดินทางและการขนส่งเป็นไปอย่างยากลำบาก
นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งประสานงานกับกองทัพเพื่อนำเรือท้องแบนและเฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมสูง
พื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติมและมาตรการรับมือ
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนว่า ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเพิ่มเติม ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมอพยพ
ด้านศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในวัดและโรงเรียนกว่า 50 แห่ง เพื่อรองรับผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
การให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชน
กระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติงบประมาณฉุกเฉินจำนวน 50 ล้านบาท สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะที่ภาคเอกชนและองค์กรการกุศลได้นำถุงยังชีพและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า "สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำที่น้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด"



