เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จับกุมนายซอม อายุ 34 ปี ชาวกัมพูชา พร้อมของกลางยาบ้า 2.9 ล้านเม็ด มูลค่าประมาณ 870 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.วังสะพุง จ.เลย
การสืบสวนและจับกุม
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านทางชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้เส้นทางธรรมชาติผ่าน จ.เลย ก่อนจะกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ เจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลังสืบสวนและเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบผู้ต้องหาขับรถกระบะต้องสงสัย จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น
ของกลางและพฤติการณ์
จากการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบจำนวน 29 กระสอบ กระสอบละ 100,000 เม็ด รวม 2.9 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระบะท้ายรถ โดยผู้ต้องหาให้การว่าได้รับค่าจ้างให้นำยาบ้ามาส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง โดยจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง
ความเสียหายและผลกระทบ
นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ยาบ้าจำนวนดังกล่าวหากนำไปจำหน่ายจะสร้างความเสียหายต่อสังคมและเยาวชนอย่างมหาศาล โดยสามารถสร้างรายได้ให้กับขบวนการค้ายาเสพติดถึง 870 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่นำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมอื่นๆ อีกด้วย
การดำเนินคดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังสะพุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายปราบปรามยาเสพติด
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานความมั่นคงและ ป.ป.ส. เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดให้ได้มากที่สุด
ความร่วมมือระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และไทย-ลาว ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงยาเสพติด
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้แพร่ระบาดสู่สังคมไทย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมและผลกระทบต่อเยาวชนและครอบครัวในระยะยาว



