เบื้องลึกผลสำรวจเอกชนจ่ายรัฐจนเป็นธรรมเนียม เผยท่าทีบางหน่วยงานน่าผิดหวัง
เบื้องลึกผลสำรวจเอกชนจ่ายรัฐจนเป็นธรรมเนียม ท่าทีบางหน่วยงานน่าผิดหวัง

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน ได้เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ โดยสำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจจำนวน 401 รายทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 10 เมษายน 2569 ผลการสำรวจพบว่าคอร์รัปชันยังคงเป็นวิกฤติเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง โดยผู้ตอบมากถึง 99.7% ระบุว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ นอกจากนี้ 51.2% ระบุว่าแนวโน้มคอร์รัปชันปัจจุบันเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแย่ลงมาก อีก 48.5% เห็นว่าเท่าเดิม และมีเพียง 0.3% ที่เห็นว่าดีขึ้น

กรมควบคุมมลพิษโต้ผลสำรวจ

หลังการแถลงผลสำรวจ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษพร้อมคณะผู้บริหารได้แถลงโต้ผลสำรวจที่ระบุว่ากรมฯ เป็นหน่วยงานเรียกรับสินบนสูงสุด โดยยืนยันว่าไม่มีอำนาจอนุมัติหรืออนุญาตเอกชน พร้อมตั้งข้อสังเกตกระบวนการเก็บข้อมูลและตัวเลขสินบนเฉลี่ยกว่า 1 แสนบาท ระบุว่าหากพบเจ้าหน้าที่ทุจริตจริงจะดำเนินการเด็ดขาด แต่หากไม่เป็นจริงขอความเป็นธรรมเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีองค์กร

เบื้องลึกผลสำรวจจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีส่วนร่วมในการทำแบบสำรวจ ให้ข้อมูลกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า ข้อมูลชุดนี้เป็นการสำรวจโดยตั้งแนวคำถามตามแนวทางของ World Bank ซึ่งเคยมาสำรวจประเทศไทยและออกข้อมูลในแนวนี้ การสำรวจครั้งนี้มีรายชื่อหน่วยงานทั้งหมด 26 หน่วยงาน แต่ที่เผยแพร่ออกไปคือ 10 หน่วยงานในเบื้องต้น โดยพิจารณาจากความถี่และราคาที่สูงสุด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ดร.มานะกล่าวว่า สินบนที่เกิดขึ้นในการติดต่อของภาคเอกชนนั้นพบได้ทั่วไปในทุกหน่วยงานของรัฐที่เอกชนต้องไปติดต่อทำธุรกรรม ขอใบอนุญาต อนุมัติ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบประเมิน มักมีการจ่ายสินบนทั้งนั้น เพียงแต่แต่ละครั้งหรือแต่ละชุดเจ้าหน้าที่จะเรียกมากน้อยแตกต่างกันไป การสำรวจครั้งนี้จึงเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่ทุกคนพูดกันนั้นเป็นเรื่องจริง และเป็นปัญหาคอร์รัปชันเชิงระบบของราชการไทย ไม่ใช่พฤติกรรมตัวบุคคล การจับคนติดคุกอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน แต่ต้องแก้ไขที่ระบบเพื่อปิดช่องว่างเหล่านั้น

ตัวอย่างหน่วยงานและธรรมเนียมการจ่าย

ตัวอย่างเช่น กรมควบคุมมลพิษที่มีอำนาจตรวจประเมินสถานประกอบการ โรงงาน หรือโรงแรมในเรื่องฝุ่น ควัน แก๊ส หรือการบำบัดน้ำเสียว่าได้มาตรฐานหรือไม่ อำนาจเหล่านี้กลายเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่เรียกรับสินบน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากผู้ประกอบการทำผิดจริง แต่อีกส่วนคือการซื้อความสะดวก ซื้ออภิสิทธิ์ หรือป้องกันการกลั่นแกล้ง สิ่งเหล่านี้ถือเป็นต้นทุน เป็นภาระ และทำลายชื่อเสียงของประเทศในสายตานักลงทุน

ในส่วนของจำนวนเงินที่จ่ายค่าสินบน ผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องจ่ายหนัก รายเล็กจ่ายน้อยในแต่ละครั้ง บางบริการของรัฐจะมีเรทหรืออัตราอยู่ แต่ตัวเลขค่าเฉลี่ยมาจากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ตัวอย่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คนและผู้ประกอบการมากกลายเป็นที่รับรู้กันว่าเมื่อเจอเหตุการณ์เหล่านี้ต้องจ่าย กลายเป็นธรรมเนียมที่เอกชนหรือประชาชนจะหยิบยื่นให้ทันทีโดยไม่ต้องร้องขอ เช่น การขับรถผ่านด่านที่คนขับต้องชะลอแล้วกำเงินขว้างลงกระป๋อง หรือการใส่ซองให้เจ้าหน้าที่ที่มาตรวจโดยอ้างว่าเป็นค่าเดินทาง ซึ่งมีอัตราตั้งแต่ 1,000 ถึง 5,000 บาท

หน่วยงานที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าองค์กรไหนน่าเป็นห่วงมากที่สุด ดร.มานะมองว่า อันดับต้นที่น่าเป็นห่วงคือตำรวจทางหลวง เพราะเกี่ยวกับชีวิตประจำวันและความปลอดภัยของผู้คนในวงกว้าง ส่วนกลุ่มอื่น ๆ อาจจำกัดวงเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องน้อยลงมา แต่กลุ่มแรก ๆ ถือว่ากระทบประชาชนและนักธุรกิจค่อนข้างมาก

ดร.มานะกล่าวว่า วันนี้เราเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ทุกคนเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองหรือการกล่าวหาลอย ๆ รัฐบาลต้องใส่ใจแก้ไขปัญหาเชิงระบบ หน่วยงานตรวจสอบอย่าง ปปช. สตง. และ ปปท. ต้องเพ่งเล็งไปยังหน่วยงานเหล่านี้โดยตรง ระดับกระทรวงต้องมีมาตรการตรวจสอบภายในที่เข้มงวด ขณะที่ภาคประชาชนและเอกชนเมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ต้องช่วยกันไม่ปล่อยผ่าน ไม่ยอมจ่าย และต้องร้องเรียน โดยไม่จำเป็นต้องร้องเรียนไปที่ต้นสังกัดเพราะคนมักกลัวโดนกลั่นแกล้ง แต่ให้ร้องเรียนไปที่ ปปช. ปปท. หรือผ่านช่องทางขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT "แชตฟ้องโกง ทันใจ" ผ่าน LINE @corruptionwatch

ท่าทีของกรมควบคุมมลพิษน่าผิดหวัง

ดร.มานะกล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กรมควบคุมมลพิษเพิ่งส่งจดหมายมาที่องค์กรฯ ต่างจากกระทรวงอื่น ๆ ที่จะแสดงท่าทีว่าขอให้ส่งข้อมูลจากการสำรวจเพื่อจะได้หาทางตรวจสอบและแก้ไข ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่องค์กรได้รับการติดต่อจากองค์กรอื่น ๆ หรือมีการประกาศต่อสาธารณะว่ามีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน พร้อมจะลงโทษข้าราชการทุกคนอย่างรุนแรงและเด็ดขาดถ้ามีการคอร์รัปชัน สิ่งนี้เป็นท่าทีที่ดีและถูกต้อง แต่กรมควบคุมมลพิษน่าเสียใจมากในฐานะประชาชนที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไปปฏิเสธข้อมูลทางวิชาการและปฏิเสธว่ามันไม่มี มันเป็นเรื่องกลั่นแกล้งอะไรกันหรือเปล่า ซึ่งไม่น่าจะมีท่าทีอย่างนี้สำหรับงานบริการของภาครัฐ