หน่วยงานรัฐลุกขึ้นต่อต้านทุจริตหลังผลสำรวจชี้คอร์รัปชันยังเป็นอุปสรรคทางธุรกิจ
หน่วยงานรัฐลุกขึ้นต่อต้านทุจริตหลังผลสำรวจชี้คอร์รัปชันยังเป็นอุปสรรค

สร้างแรงกระเพื่อมได้มาก สำหรับความพยายามครั้งล่าสุดของคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน ที่ปลุกกระแสคนไทยเลิกทนและต่อต้านคอร์รัปชันในประเทศ เพราะทำให้หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ลุกขึ้นมาต่อต้านการทุจริตภายในองค์กรกันอย่างจริงจังในทันที

ผลสำรวจชี้คอร์รัปชันยังเป็นอุปสรรคสำคัญ

สัปดาห์ก่อน คณะทำงานฯ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จากธุรกิจ 401 รายทั่วประเทศ ทั้งในภาคเกษตร การค้า อุตสาหกรรม และบริการ พบว่า คอร์รัปชันยังคงเป็นวิกฤติเชิงโครงสร้าง เป็นอุปสรรค และบั่นทอนการทำธุรกิจอย่างรุนแรง

เพราะหน่วยงานรัฐเรียกรับผลประโยชน์เพื่อให้การทำงานราบรื่นและรวดเร็ว ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว เช่น การออกและต่ออายุใบอนุญาตหรืออนุมัติ กระบวนการด้านภาษีหรือศุลกากร กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น แต่ขั้นตอนเหล่านี้กลับมีความเสี่ยงต่อการเรียกรับผลประโยชน์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเงินสด ของขวัญหรือเลี้ยงรับรอง บริจาคหรือสปอนเซอร์ และจ้างผู้รับเหมาช่วงหรือที่ปรึกษาแบบเจาะจง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

โดยเอกชนที่ต้องจ่ายเงินพิเศษเพื่อให้ได้สัญญาหรือชนะประมูลนั้น จ่ายสูงสุดถึง 26-30% ของวงเงินงบประมาณ แต่ช่วงที่ส่วนใหญ่จ่ายอยู่ที่ 6-15% ที่สำคัญ เมื่อพบการเรียกรับผลประโยชน์แล้ว ไม่กล้าร้องเรียน ทั้งที่การเรียกรับผลประโยชน์เช่นนี้เป็นการเพิ่มต้นทุนธุรกิจ กระทบขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่เชื่อมั่นเข้ามาลงทุน และทำลายเศรษฐกิจไทย

10 อันดับหน่วยงานที่ธุรกิจต้องจ่ายเงินมากที่สุด

และยังพบอีกว่า มากถึง 26 หน่วยงานที่ธุรกิจติดต่อรอบ 1 ปีที่ผ่านมาและต้องจ่ายเงินให้ ซึ่ง 10 อันดับแรก คือ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. กรมควบคุมมลพิษ ครั้งละ 102,160 บาท
  2. กรมเจ้าท่า 100,000 บาท
  3. กรมสรรพสามิต 94,667 บาท
  4. กรมสรรพากร 89,498 บาท
  5. กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 88,750 บาท
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บริการสาธารณสุข 74,643 บาท
  7. กรมทางหลวง 70,167 บาท
  8. กรมโยธาธิการและผังเมือง 70,000 บาท
  9. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 68,000 บาท
  10. กรมป่าไม้ 67,500 บาท

ส่วนอันดับ 11-26 จ่ายครั้งละ 65,665-21,889 บาท คือ กรมที่ดิน กรมศุลกากร กรมทรัพยากรธรณี การไฟฟ้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) การประปา กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน ตำรวจท้องที่ กรมชลประทาน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และตำรวจทางหลวง/จราจร

10 อันดับหน่วยงานที่มีความถี่ในการเสนอให้สิ่งตอบแทนมากที่สุด

ขณะเดียวกัน พบอีกว่า 26 หน่วยงานดังกล่าว ยังเป็นหน่วยงานที่ธุรกิจติดต่อในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา และมีความถี่ในการเสนอให้สิ่งตอบแทนมากที่สุด ซึ่ง 10 อันดับแรก ได้แก่

  1. ตำรวจทางหลวง/จราจร
  2. กระบวนการยุติธรรม (เว้นศาล)
  3. อบต.
  4. กรมเจ้าท่า
  5. กรมทางหลวง
  6. กรมโยธาธิการและผังเมือง
  7. ตำรวจท้องที่
  8. กรมทรัพย์สินทางปัญญา
  9. กรมสรรพากร
  10. กรมการขนส่งทางบก

ส่วนอันดับ 11-26 คือ กรมศุลกากร กรมชลประทาน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมอุทยานฯ กรมการจัดหางาน กรมป่าไม้ อย. กรมสรรพสามิต กรมที่ดิน กรมควบคุมมลพิษ อบจ. กรมทรัพยากรธรณี การประปา การไฟฟ้า กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมปศุสัตว์

หน่วยงานรัฐเร่งชี้แจงและตรวจสอบ

ส่งผลให้ผู้บริหารหน่วยงานต่าง ๆ นั่งไม่ติด เร่งชี้แจงด่วน โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม จะเชิญอธิบดีหน่วยงานที่ถูกพาดพิงมาชี้แจง และพิจารณาว่าข้อมูลที่ปรากฏเท็จจริงเพียงใด หากมีมูลจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ทำจดหมายเปิดผนึกคณะทำงานฯ ขอทราบรายละเอียด และส่งมาให้ภายใน 7 วัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบทุจริตจริงจะดำเนินการเด็ดขาด แต่หากไม่เป็นจริง ขอความเป็นธรรมในการกอบกู้ศักดิ์ศรี และคืนขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ด้วย

ขณะที่นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ย้ำว่า ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทุกมิติ โดยกำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส ไม่เรียกรับผลประโยชน์ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทุกรูปแบบ ขณะเดียวกัน รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กำชับทุกหน่วยงานรับฟังข้อร้องเรียน และตรวจสอบทันทีเมื่อมีเบาะแส หากพบทำผิดจริงจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

ด้านกรมสรรพสามิต เร่งตรวจสอบข้อมูลร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างครบถ้วนและรอบด้าน ยืนยันว่า ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมเร่งทบทวนขั้นตอนการอนุญาตและกระบวนงานต่าง ๆ ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการทุจริต

ถ้าทุกภาคส่วนไม่ทน ไม่ทำ ไม่เพิกเฉย ร่วมแรงร่วมใจต่อต้านทุจริตทุกรูปแบบ และแจ้งเบาะแส เพื่อนำไปสู่การปราบปราม จะพลิกโฉมประเทศไทยสู่ยุคแห่งความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล มีความน่าเชื่อถือ ดึงดูดเงินลงทุน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มภาคภูมิ