หมอชลน่านเผยแนวทางปราบโกงบัตรทองย้ำต้องโปร่งใส
หมอชลน่านเผยแนวทางปราบโกงบัตรทองย้ำต้องโปร่งใส

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงแนวทางการปราบปรามการทุจริตในระบบบัตรทองหรือหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

แนวทางปราบโกงบัตรทอง

นายแพทย์ชลน่านกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่ชัดเจนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะในระบบบัตรทองซึ่งเป็นสวัสดิการสำคัญของประชาชน โดยจะเน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“เราจะไม่ยอมให้มีการทุจริตเกิดขึ้นในระบบสาธารณสุข ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนผู้ใช้สิทธิ” นายแพทย์ชลน่านกล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ระบบตรวจสอบเข้มงวด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยังได้กล่าวถึงการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการตรวจสอบและติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนบัตรทอง โดยจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบการเงินของโรงพยาบาลและหน่วยบริการต่างๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของค่าใช้จ่ายได้แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดมาตรการลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่กระทำผิด รวมถึงการดำเนินคดีทางอาญาและทางแพ่ง พร้อมทั้งการตัดสิทธิการเป็นผู้ให้บริการในระบบบัตรทอง

ความสำคัญของความโปร่งใส

นายแพทย์ชลน่านย้ำว่า ความโปร่งใสเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการระบบบัตรทอง เนื่องจากเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับเงินภาษีของประชาชน การดำเนินงานที่โปร่งใสจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และทำให้ระบบสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน

“การทุจริตเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความเสียหายต่อระบบและภาพลักษณ์ของประเทศได้ เราจึงต้องดำเนินการอย่างจริงจัง” นายแพทย์ชลน่านกล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การมีส่วนร่วมของประชาชน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยังได้เชิญชวนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสการทุจริตผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สายด่วน 1669 หรือแอปพลิเคชันของกระทรวงสาธารณสุข โดยจะมีการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเต็มที่

“เราต้องการให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาในการช่วยตรวจสอบ การมีส่วนร่วมของทุกคนจะช่วยให้ระบบบัตรทองมีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น” นายแพทย์ชลน่านกล่าวทิ้งท้าย