หลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2569 ประเทศไทยได้เผชิญกับปรากฏการณ์ออนไลน์ที่น่าสนใจ เมื่อแฮชแท็ก #ชลบุรีเขต1 พุ่งติดเทรนด์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ก่อนจะขยายเป็นแฮชแท็กใหม่ #นับใหม่ทั้งประเทศ สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง
ข้อพิรุธการนับคะแนนจุดชนวนความไม่สงบ
ในขณะที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) รายงานตัวเลขการนับคะแนนแล้ว 94 เปอร์เซ็นต์ โดยพรรคภูมิใจไทยกวาดที่นั่งมากที่สุด 197 ที่นั่ง และพรรคประชาชนได้อันดับสอง 118 ที่นั่ง ความเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่กลับเริ่มระอุ
ข้อพิรุธถูกพบตั้งแต่ในเขตเลือกตั้งที่ 7 ของปทุมธานี และเขตเลือกตั้งที่ 1 ของมหาสารคาม ก่อนจะปะทุอย่างรุนแรงที่ชลบุรี เขต 1 ประชาชนในพื้นที่สังเกตเห็นความผิดปกติ เช่น จำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับยอดบัตรที่ใช้ และการสรุปคะแนนที่ผิดพลาด
หลักฐานสำคัญในชลบุรี
รุนแรงกว่านั้นคือการที่ประชาชนพบใบขีดคะแนนถูกทิ้งอยู่ในกองขยะและกองหีบ ทั้งที่ควรถูกจัดเก็บและปิดผนึกอย่างแน่นหนา ความผิดปกตินี้ส่งผลให้กลุ่มนักศึกษาและประชาชนบุกไปยังศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งเพื่อทวงถามความจริง
ในช่วงเวลา 01.35 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ต้องลงพื้นที่เผชิญหน้ากับมวลชน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด โดยยืนยันว่าไม่มีอำนาจสั่งนับคะแนนใหม่ และต้องรอที่ประชุม กกต. ชุดใหญ่เท่านั้น
ปฏิกิริยาจากนักการเมือง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคภูมิใจไทย กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเวลา 9.30 น.
เขาย้ำว่าหน้าที่ของตนจบลงตั้งแต่ปิดหีบ และเชื่อมั่นในกระบวนการของกรรมการประจำหน่วย (กปน.) พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นการปั่นป่วนจากแกนนำทางจิตวิญญาณของฝ่ายตรงข้าม
นายสุชาติยังกางตัวเลขยืนยันชัยชนะที่ห่างกันเกือบ 5,000 คะแนน และทิ้งท้ายด้วยคำถามว่า หากนับใหม่แล้วคะแนนเท่าเดิม ใครจะรับผิดชอบ ส่งผลให้แฮชแท็ก #สุชาติชมกลิ่น ร้อนแรงขึ้นมาในทันที
เสียงจากพรรคประชาชน
ฝั่งพรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ได้ออกมาสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียในช่วงเวลาประมาณ 10.03 น. โดยเน้นย้ำว่าการเปิดเผยผลคะแนนรายหน่วยอย่างโปร่งใสคือทางออกเดียวที่จะปกป้องคะแนนเสียงของประชาชน
เขากล่าวว่าวิธีนี้จะทำให้ผู้แพ้และผู้ชนะยอมรับผลได้อย่างสนิทใจโดยไม่มีข้อครหา
สถานการณ์ในพื้นที่อื่นๆ
ขณะนี้ สถานการณ์ที่ชลบุรียังคงรอความชัดเจน ในขณะที่มหาสารคาม เขต 1 มวลชนกว่า 200 คนยังคงปักหลักกดดันให้มีการนับใหม่ รวมถึงอุบลราชธานี เขต 6 ก็มีการขอตรวจสอบผลนับคะแนนใหม่เช่นกัน
ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งปี 2569 ไม่ใช่เพียงการต่อสู้ของพรรคการเมืองเท่านั้น แต่เป็นการปะทะกันระหว่างระบบรายงานผลของรัฐและการตรวจสอบโดยพลเมือง
บทบาทของเทคโนโลยี
ในยุคที่กล้องจากสมาร์ทโฟนสามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้อย่างคมชัด บรรทัดฐานความโปร่งใสถูกยกระดับขึ้น ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ประชาชนมีเครื่องมือในการตรวจสอบและเรียกร้องความถูกต้องมากขึ้น
จากแฮชแท็ก #ชลบุรีเขต1 สู่ #นับใหม่ทั้งประเทศ สถานการณ์ยังคงพัฒนาต่อไป โดยสะท้อนถึงความสำคัญของกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือสำหรับประชาธิปไตยไทย