ศาลรธน.นัดชี้ชะตานายกฯ 18 ก.ย. หลังรับคำร้องปมแต่งตั้ง รมว.
ศาลรธน.นัดชี้ชะตานายกฯ 18 ก.ย. ปมแต่งตั้ง รมว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 40 คน ที่ขอให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 หรือไม่ กรณีที่ได้แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่านายพิชิตขาดคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 เนื่องจากเคยถูกจำคุกในคดีละเมิดอำนาจศาล

นัดชี้ชะตา 18 กันยายน

ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจาและอ่านคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 18 กันยายน 2567 เวลา 15.00 น. โดยให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นคำชี้แจงต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

นายเศรษฐา ทวีสิน กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนพร้อมจะชี้แจงข้อเท็จจริงให้ศาลทราบ และยืนยันว่าการแต่งตั้งนายพิชิตเป็นไปตามกฎหมาย โดยนายพิชิตได้ยื่นลาออกก่อนหน้านี้แล้วเพื่อไม่ให้เป็นภาระของรัฐบาล

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล

หากศาลวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐาสิ้นสุดลง จะส่งผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย เนื่องจากนายกฯ ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งอาจนำไปสู่การยุบสภาหรือการเลือกนายกฯ คนใหม่

ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคมีความพร้อมทุกสถานการณ์ และเชื่อว่าศาลจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายอย่างรอบคอบ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

รัฐธรรมนูญมาตรา 170 ระบุว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือเมื่อกระทำการต้องห้ามตามมาตรา 98 ซึ่งรวมถึงการเป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาจำคุกในคดีที่ศาลสั่งให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษหรือความผิดที่กระทำโดยประมาท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายพิชิต ชื่นบาน เคยถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญาในคดีละเมิดอำนาจศาลเมื่อปี 2556 จากการกระทำในฐานะทนายความ ซึ่งนายพิชิตได้ยื่นอุทธรณ์และศาลฎีกามีคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์เมื่อปี 2565 ให้จำคุก 6 เดือน แต่ลดโทษเหลือ 4 เดือน เนื่องจากให้การรับสารภาพ

ความเห็นของนักวิชาการ

รศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญเกี่ยวกับการตีความคุณสมบัติของรัฐมนตรี โดยเฉพาะกรณีที่บุคคลถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดีที่มิใช่คดีอาญาทั่วไป

ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายเศรษฐาและนายพิชิตหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น ยังไม่มีความชัดเจน โดยศาลยังไม่ได้มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด ทำให้นายกฯ ยังคงบริหารประเทศต่อไปได้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย