เปิดประวัติ กอ.รมน. จากปราบคอมมิวนิสต์ สู่งบฯ ปี 70 ลดเหลือ 5.7 พันล้าน
เปิดประวัติ กอ.รมน. จากปราบคอมมิวนิสต์ สู่งบฯ ปี 70 ลดเหลือ 5.7 พันล้าน

งบประมาณของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในปีงบประมาณ 2570 ถูกปรับลดลงเหลือเพียง 5,737 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี และลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 7,115 ล้านบาทในปี 2568 และ 6,843 ล้านบาทในปี 2569 แม้ภาพรวมงบประมาณจะถูกหั่นลด แต่แผนงานการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงครองสัดส่วนการใช้จ่ายสูงสุด โดยในปี 2570 ยังคงใช้ถึง 4,355 ล้านบาท ลดลงจาก 5,598 ล้านบาทในปี 2568 และ 5,335 ล้านบาทในปี 2569

ที่มาและวิวัฒนาการของ กอ.รมน. จากยุคปราบคอมมิวนิสต์

เพจเฟซบุ๊ก PRT : คลังสารสนเทศรัฐสภา ได้เผยแพร่ข้อมูลประวัติความเป็นมาของ กอ.รมน. ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากภารกิจการรับมือแนวคิดคอมมิวนิสต์ที่เริ่มแพร่ระบาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 และพัฒนาเป็นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของรัฐ ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 สถานการณ์คอมมิวนิสต์ทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลจึงจัดตั้งกองบัญชาการปราบปรามคอมมิวนิสต์ (บก.ปค.) ขึ้นเป็นครั้งแรก

ในปี พ.ศ. 2512 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นกองอำนวยการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ (กอ.ปค.) และในปี พ.ศ. 2516 ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็นกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2523 เมื่อรัฐบาลออกคำสั่ง 66/23 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2523 เปิดทางให้ผู้ที่เข้าร่วมขบวนการคอมมิวนิสต์สามารถกลับคืนสู่สังคมในฐานะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การปรับบทบาทและโครงสร้างตามยุคสมัย

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 บทบาทของ กอ.รมน. ขยายขอบเขตไปสู่การดูแลปัญหายาเสพติด ความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงงานด้านจิตวิทยา ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งตรงกับสมัยนายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้ในปี พ.ศ. 2544 คณะรัฐมนตรีปรับลดบทบาทของ กอ.รมน. ลง โดยเฉพาะด้านการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพิ่มบทบาทด้านการประสานงาน พร้อมปรับโครงสร้าง โดยแต่งตั้งให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) โดยตำแหน่ง และแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นรอง ผอ.รมน. ฝ่ายการเมือง พร้อมมีผู้ช่วย ผอ.รมน. จำนวน 5 ตำแหน่ง ได้แก่ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอธิบดีกรมการปกครอง

ในปี พ.ศ. 2545 คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 158/2555 (ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2545) เรื่องการจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอ ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 205/2549 (ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2549) ยกเลิกคำสั่งเดิม และให้ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานในสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้บัญชาการทหารบกเป็น ผอ.รมน. มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบบังคับบัญชาข้าราชการและการดำเนินงานของหน่วยงาน

การสถาปนาตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในฯ

ในปี พ.ศ. 2551 มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ส่งผลให้ กอ.รมน. กลายเป็นส่วนราชการที่มีรูปแบบเฉพาะ ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่ง ผอ.รมน. มีรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการด้านความมั่นคงเป็นคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 179/2552 (ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2552) กำหนดโครงสร้างการแบ่งส่วนงาน อำนาจหน้าที่ และอัตรากำลังของ กอ.รมน. ประกอบด้วย ส่วนบังคับบัญชา สำนักฝ่ายอำนวยการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติ และหน่วยปฏิบัติระดับภูมิภาค โดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ทั้งอัตราประจำและช่วยราชการ

ในปี พ.ศ. 2558 รัฐบาลประกาศให้วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2551 เป็นวันสถาปนากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อระลึกถึงความสำคัญและสร้างความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติ โดยกำหนดให้วันที่ 19 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วยงาน

5 ภารกิจหลักตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในฯ

ภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มาตรา 7 กำหนดอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. ไว้ 5 ประการ ได้แก่

  • ติดตาม ตรวจสอบ ประสานงาน และประเมินแนวโน้มสถานการณ์ทั้งในและนอกราชอาณาจักรที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามด้านความมั่นคงภายใน และรายงานคณะรัฐมนตรี
  • อำนวยการในการรักษาความมั่นคงภายใน โดยเสนอแผนและแนวทางปฏิบัติต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ โดยต้องสอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
  • อำนวยการ ประสานงาน และเสริมการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามแผน
  • เสริมสร้างให้ประชาชนตระหนักในหน้าที่พิทักษ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สร้างความรักสามัคคี และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคง
  • ดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ หรือตามที่คณะรัฐมนตรี สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

แนวโน้มงบประมาณและสถานการณ์ปัจจุบัน

งบประมาณของ กอ.รมน. ในปี 2568-2570 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 ได้รับจัดสรร 7,115 ล้านบาท ปี 2569 ได้รับ 6,843 ล้านบาท และปี 2570 ลดลงเหลือ 5,737 ล้านบาท แผนงานที่ใช้วงเงินสูงสุดคือการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในปี 2568 ใช้ 5,598 ล้านบาท ปี 2569 ใช้ 5,335 ล้านบาท และปี 2570 ใช้ 4,355 ล้านบาท

ทั้งนี้ กอ.รมน. ยังคงเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงภายในที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ประสาน ป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ โดยมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ