ทางการฮ่องกงดำเนินการประหารชีวิตนักโทษชายวัย 49 ปี ในข้อหาค้ายาเสพติด เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา นับเป็นการประหารชีวิตครั้งแรกในรอบ 7 ปีของเขตบริหารพิเศษแห่งนี้ สร้างความสนใจจากนานาชาติและกลุ่มสิทธิมนุษยชน
รายละเอียดคดี
นักโทษรายนี้ถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2559 หลังจากถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีนน้ำหนักกว่า 2.5 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปริมาณมากพอที่จะถูกพิจารณาโทษสูงสุดตามกฎหมายฮ่องกง คดีนี้ผ่านกระบวนการอุทธรณ์หลายครั้ง แต่ศาลสูงสุดยืนยันโทษประหารชีวิตเมื่อปี 2565
“นี่เป็นคดีที่ชัดเจนและมีการพิจารณาอย่างรอบคอบตามกระบวนการยุติธรรม” โฆษกสำนักงานกฎหมายฮ่องกงกล่าว “การประหารชีวิตเป็นไปตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาล”
นโยบายยาเสพติดของฮ่องกง
ฮ่องกงมีกฎหมายควบคุมยาเสพติดที่เข้มงวด โดยโทษประหารชีวิตใช้กับคดียาเสพติดที่มีปริมาณมากหรือมีพฤติการณ์ร้ายแรง แม้ว่าฮ่องกงจะไม่ได้ใช้โทษประหารชีวิตมาตั้งแต่ปี 2554 แต่โทษนี้ยังคงมีอยู่ในกฎหมาย
การประหารชีวิตครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการปราบปรามยาเสพติดที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ยังคงใช้โทษประหารชีวิตในคดียาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศออกมาวิพากษ์วิจารณ์การประหารชีวิตครั้งนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้ฮ่องกงยกเลิกโทษประหารชีวิตทุกกรณี โดยระบุว่า “โทษประหารชีวิตเป็นการละเมิดสิทธิในการมีชีวิต และไม่สามารถยับยั้งอาชญากรรมยาเสพติดได้”
ด้านรัฐบาลฮ่องกงยืนยันว่าโทษประหารชีวิตเป็นมาตรการที่จำเป็นในการป้องปรามอาชญากรรมร้ายแรง โดยเฉพาะคดียาเสพติดที่สร้างความเสียหายต่อสังคม
ผลกระทบต่อสังคมฮ่องกง
การประหารชีวิตครั้งนี้สร้างความตื่นตัวในสังคมฮ่องกง บางส่วนเห็นด้วยกับมาตรการรุนแรงเพื่อลดปัญหายาเสพติด ขณะที่อีกฝ่ายกังวลเรื่องสิทธิมนุษยชนและความเหมาะสมของโทษประหารชีวิตในสังคมยุคใหม่
สถิติของรัฐบาลฮ่องกงระบุว่าจำนวนคดียาเสพติดลดลงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมีคดีร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนมาก โดยเฉพาะเฮโรอีนและยาไอซ์



