สภาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ 68 วงเงิน 3.75 ล้านล้าน
สภาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ 68 วงเงิน 3.75 ล้านล้าน

สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ในการประชุมวาระที่ 2 และ 3 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 โดยมีคะแนนเสียงเห็นชอบ 258 เสียง ไม่เห็นชอบ 181 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง

รายละเอียดการลงมติ

การลงมติในวาระที่ 2 (ชั้นกรรมาธิการ) และวาระที่ 3 (การลงมติครั้งสุดท้าย) มีขึ้นหลังจากการอภิปรายอย่างเข้มข้นนานกว่า 3 วัน โดยฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสและความเหมาะสมของวงเงินงบประมาณที่สูงถึง 3.75 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 1.2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.3

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวระหว่างการอภิปรายว่า "งบประมาณนี้ยังคงมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ และขาดการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเฉพาะในด้านการศึกษาและสาธารณสุขที่ยังได้สัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับงบประมาณด้านความมั่นคง"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.งบฯ 68

ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ประกอบด้วยงบประมาณรายจ่ายจำนวน 3.75 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายลงทุน 0.97 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 74.1 และ 25.9 ตามลำดับ

แหล่งที่มาของรายได้คาดว่าจะอยู่ที่ 2.93 ล้านล้านบาท ทำให้เกิดการขาดดุลงบประมาณ 0.82 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลนี้ โดยหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 62.3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

การจัดสรรงบประมาณตามกระทรวง

กระทรวงที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กระทรวงการคลัง จำนวน 1.28 ล้านล้านบาท (ร้อยละ 34.1) รองลงมาคือ กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 0.42 ล้านล้านบาท (ร้อยละ 11.2) กระทรวงมหาดไทย จำนวน 0.38 ล้านล้านบาท (ร้อยละ 10.1) กระทรวงกลาโหม จำนวน 0.33 ล้านล้านบาท (ร้อยละ 8.8) และกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 0.21 ล้านล้านบาท (ร้อยละ 5.6)

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงต่อสภาว่า "งบประมาณนี้มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการดิจิทัลวอลเล็ตและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างรายได้และลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาว"

ปฏิกิริยาจากฝ่ายค้านและภาคประชาชน

ฝ่ายค้านโดยพรรคก้าวไกลและพรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสของงบฯ แต่ญัตติดังกล่าวถูกเสียงข้างมากคว่ำ โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า "การผ่านงบประมาณที่ขาดความโปร่งใสและไม่ตอบโจทย์ประชาชน จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพและหนี้สินครัวเรือน"

ภาคประชาชนและนักวิชาการหลายกลุ่มออกมาแสดงความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ โดยดร.สมชัย จิตสุชน นักวิชาการอิสระ ระบุว่า "การขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องอาจทำให้ประเทศไทยเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตในอนาคต"

ขั้นตอนต่อไป

หลังจากสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้ว ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน จากนั้นจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบก่อนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 มีกำหนดบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่