สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีมติเห็นชอบข้อเสนอแนะนโยบายสาธารณะ 5 ด้าน เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร่งรัดดำเนินการ โดยมีเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
5 ด้านนโยบายสาธารณะที่ สปท.เสนอ
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน สปท. เปิดเผยว่า ข้อเสนอแนะดังกล่าวประกอบด้วย 1) การสร้างความเป็นธรรมทางสังคม 2) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3) การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน 4) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และ 5) การพัฒนาระบบราชการให้มีประสิทธิภาพ
โดยในแต่ละด้านได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เช่น การจัดตั้งกองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ การส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย
เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน
นายมีชัยกล่าวว่า “การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง” ทั้งนี้ สปท.ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศกว่า 20 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่หลากหลาย
นอกจากนี้ สปท.ยังเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการติดตามประเมินผลนโยบายสาธารณะระดับชาติ เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน โดยรายงานผลต่อครม.ทุก 6 เดือน
คาดหวังลดความเหลื่อมล้ำ
ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีค่าสัมประสิทธิ์จีนี (Gini coefficient) อยู่ที่ 0.43 ซึ่งบ่งชี้ถึงความเหลื่อมล้ำในระดับสูง สปท.หวังว่าข้อเสนอแนะนี้จะช่วยลดค่าดังกล่าวลงเหลือ 0.35 ภายใน 5 ปี
ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ครม.จะพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวอย่างรอบคอบ และนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในเรื่องการปรับปรุงกฎหมายและการจัดสรรงบประมาณ
เสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้าน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านในสภามีข้อกังวลว่า ข้อเสนอของสปท.อาจซ้ำซ้อนกับแผนปฏิรูปประเทศที่มีอยู่แล้ว และขาดความชัดเจนในเรื่องแหล่งที่มาของงบประมาณ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “เราต้องการเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนกว่าแค่แนวคิดกว้างๆ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณและระยะเวลาดำเนินการ”
ทั้งนี้ สปท.ยืนยันว่า ข้อเสนอแนะดังกล่าวเป็นเพียงกรอบแนวทาง และพร้อมปรับเปลี่ยนตามข้อเสนอแนะของครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง



