ประกันสังคมปรับเกณฑ์บำนาญชราภาพผู้ประกันตน ม.33 ม.39 เริ่มใช้ปี 2568
ประกันสังคมปรับเกณฑ์บำนาญชราภาพผู้ประกันตน ม.33 ม.39 ปี 2568

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ประกาศปรับเกณฑ์การจ่ายเงินบำนาญชราภาพสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีสาระสำคัญคือการเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกรับเงินบำนาญเป็นรายเดือนหรือเป็นเงินก้อนครั้งเดียว รวมถึงการขยายอายุที่สามารถเริ่มรับบำนาญจากเดิม 55 ปี เป็น 60 ปี

การเปลี่ยนแปลงสำคัญของเกณฑ์บำนาญชราภาพ

ตามที่ สปส. แจ้งว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดสภาพการเป็นผู้ประกันตน จะมีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนตลอดชีวิต โดยคำนวณจากระยะเวลาการส่งเงินสมทบ หากส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับบำนาญในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และหากส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะได้เพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อปีที่เกิน

นอกจากนี้ ผู้ประกันตนที่มีระยะเวลาส่งเงินสมทบน้อยกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญเป็นเงินก้อนครั้งเดียว พร้อมดอกผลตามที่กำหนด การปรับเกณฑ์ครั้งนี้ยังรวมถึงการให้สิทธิผู้ประกันตนที่เกษียณอายุแล้วแต่ยังคงทำงาน สามารถเลือกที่จะรับบำนาญต่อไปหรือรอรับเมื่อหยุดทำงานจริง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดเงื่อนไขใหม่

นางสาวกัญญ์ชลา นาควัชระ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า การปรับเกณฑ์ครั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ที่มีอายุครบ 60 ปี และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน มีสิทธิได้รับบำนาญชราภาพเป็นรายเดือน
  • ผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับบำนาญร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
  • ผู้ที่ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะได้รับเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อปีที่เกิน
  • ผู้ที่ส่งเงินสมทบน้อยกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญเป็นเงินก้อนครั้งเดียว

นอกจากนี้ ผู้ประกันตนที่ยังคงทำงานหลังจากอายุ 60 ปี สามารถเลือกที่จะรับบำนาญต่อหรือเลื่อนการรับออกไปได้ โดยต้องแจ้งความจำนงต่อสำนักงานประกันสังคม

ผลกระทบต่อผู้ประกันตน

การปรับเกณฑ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกันตนมีทางเลือกมากขึ้นในการบริหารจัดการเงินบำนาญของตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่ยังคงทำงานต่อหลังจากอายุ 60 ปี จะสามารถวางแผนการเงินได้ยืดหยุ่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตนควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกวิธีรับบำนาญ

สำนักงานประกันสังคมคาดว่าการปรับเกณฑ์ครั้งนี้จะส่งผลดีต่อผู้ประกันตนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง หรือสายด่วน 1506