เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมถอยเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ว่า จริงๆ ไม่ได้ถอย และไม่ได้เดินอะไร เพราะนายกรัฐมนตรีให้ข่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะพยายามและหาแนวทางอย่างเต็มที่ โดยให้กรมประชาสัมพันธ์ ประสานงานกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อหาแนวทางความเป็นไปได้ต่างๆ ที่จะถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้ให้คนไทยได้รับชม
ภราดรเผยรายละเอียดงบประมาณ
นายภราดรเปิดเผยว่า จากการหารือเบื้องต้นพบว่าการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ใช้เงินถึง 1,300 ล้านบาท ค่าภาษีอีกประมาณ 300 ล้านบาท รวมถึงค่าดำเนินการต่างๆ อีก 100 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่รัฐบาลไทยจะต้องหาทั้งสิ้นกว่า 1,700 ล้านบาท ขณะที่สังคมได้สะท้อนว่าการใช้เงินจำนวนนี้สามารถสร้างความยั่งยืนให้วงการฟุตบอลไทยได้มากน้อยแค่ไหน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย และทำให้วงการฟุตบอลไทยเติบโตตามเป้าหมายที่ทุกคนคาดหวัง คือการได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายหรือไม่
ข้อกังวลเรื่องความคุ้มค่า
นายภราดรกล่าวว่า เงิน 1,700 ล้านบาทเป็นเงินภาษีของประชาชน ไม่ว่าจะนำมาจากแหล่งไหนต้องคิดให้รอบคอบว่าแบบไหนจะสร้างความยั่งยืนให้กับวงการฟุตบอลไทยมากกว่ากัน ขณะนี้กรมประชาสัมพันธ์และ กสทช. กำลังหารือกันหลังจากได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ด้วยงบประมาณที่สูงมาก รัฐบาลไทยคงต้องคิดหนักกับค่าลิขสิทธิ์ถึง 1,700 ล้านบาท ประกอบกับระยะเวลาการถ่ายทอดสดประมาณ 1 เดือน อีกทั้งช่วงเวลาการแข่งขันเป็นไทม์โซนที่แตกต่างกันและไม่เหมาะสมกับประเทศไทย จึงต้องทบทวนกันให้ดี
แนวทางอื่นในการพัฒนาฟุตบอลไทย
นายภราดรยกตัวอย่างว่า เงิน 1,700 ล้านบาทอาจนำไปพัฒนาได้หลายปี เช่น โครงการฝึกฟุตบอล Prime Minister Cup ที่จัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งใช้เงินไม่มากแต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาเยาวชนต่างจังหวัดได้มาก หรือโครงการส่งเสริมฟุตบอลอาชีพไทยระดับ T3 ที่มีอยู่เกือบทุกจังหวัด ซึ่งสามารถต่อยอดจาก Prime Minister Cup ได้ โดยปีหนึ่งไม่เกิน 200-300 ล้านบาท จะช่วยให้ฟุตบอลในประเทศเกิดความยั่งยืน ดังนั้น การใช้เงิน 1,700 ล้านบาทจึงต้องทบทวนให้ละเอียดมากขึ้น
ทั้งนี้ การตัดสินใจว่าจะซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่นั้น คงต้องตัดสินใจเร็วๆ นี้ เพราะอีก 15 วันฟุตบอลโลกจะเริ่มแข่งขันแล้ว นายภราดรกล่าวทิ้งท้ายว่ารัฐบาลขอบคุณภาคเอกชนถ้าจะช่วยสนับสนุนและซื้อลิขสิทธิ์ โดยรัฐบาลไม่ได้ขัดข้องอะไร



