พรรคกล้าธรรมได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อกรณี พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยสนับสนุนการกู้เงินในส่วนแรก 2 แสนล้านบาทเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากค่าครองชีพ แต่คัดค้านวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลังที่นำไปใช้ปรับโครงสร้างพลังงาน โดยมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและควรดำเนินการผ่านงบประมาณปกติ
จุดยืนของพรรคกล้าธรรมต่อ พ.ร.ก.เงินกู้
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยที่อาคารที่ทำการพรรคว่า พรรคได้หารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่าไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน พรรคเห็นว่าการกู้เงินส่วนที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนยังมีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากประชาชนกำลังเผชิญผลกระทบจากสงคราม ราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงต้องเร่งนำงบประมาณมาบรรเทาความเดือดร้อน
คัดค้านการกู้เงินปรับโครงสร้างพลังงาน
อย่างไรก็ตาม พรรคกล้าธรรมไม่เห็นด้วยกับวงเงินประมาณ 2 แสนล้านบาทที่นำไปใช้ในโครงการปรับโครงสร้างพลังงาน โดยมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการผ่าน พ.ร.ก.เงินกู้ และควรดำเนินการผ่านกระบวนการงบประมาณปกติ เนื่องจากเป็นโครงการระยะยาวที่ต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนระบบพลังงาน เช่น การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานแสงอาทิตย์
นายอรรถกรกล่าวว่า “พรรคกล้าธรรมไม่ได้คัดค้านทุกเรื่อง เราเห็นด้วยในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ในเรื่องที่เห็นว่าไม่เหมาะสม เราก็ต้องแสดงจุดยืนและส่งเสียงไปยังรัฐบาล เพื่อให้รับฟังและนำข้อเสนอไปปรับปรุงการทำงาน”
กระบวนการทางกฎหมาย
ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนจะกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป นายอรรถกรยืนยันว่าได้ทำความเข้าใจกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้ว หลังช่วงแรกอาจเกิดความคลาดเคลื่อนด้านการสื่อสาร โดยทุกฝ่ายเข้าใจกันดีและพร้อมร่วมมือกันทำงานต่อไป
อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์
นอกจากนี้ นายอรรถกรยังกล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น และสะท้อนความบกพร่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีการใส่ใจและป้องกันอย่างจริงจัง เหตุการณ์ลักษณะนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ “หากมีวาระเข้าสู่สภา พรรคกล้าธรรมพร้อมสะท้อนเสียงไปยังรัฐบาลว่า ไม่สามารถละเลยปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และภาพลักษณ์ของประเทศได้” นายอรรถกรกล่าว



