วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ใกล้เข้ามาทุกที หลายพรรคการเมืองเริ่มทยอยเปิดตัวผู้สมัครทั้งในระดับผู้ว่าฯ และ สก. โดยครั้งนี้พบว่าผู้สมัคร สก. มีทั้งที่สังกัดพรรคเดิม ย้ายพรรค และลงชิงเก้าอี้ในนามอิสระจำนวนไม่น้อย
หนึ่งในนั้นคือ นางสาวศศิธร ประสิทธิ์พรอุดม สก.เขตพระนคร ที่ประกาศพร้อมลุยงานต่อ โดยตัดสินใจย้ายไปลงในนามอิสระ แทนการลงสมัครกับพรรคเดิมอย่างพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคที่เธอเคยสังกัดมาก่อน
ประวัติและโปรไฟล์ของศศิธร
นางสาวศศิธร ประสิทธิ์พรอุดม หรือ กิ๊ก เติบโตและมีความผูกพันกับพื้นที่เขตพระนครมาอย่างยาวนาน ทำให้เธอมีความเข้าใจในบริบท วัฒนธรรม และปัญหาของชุมชนเมืองเก่าเป็นอย่างดี ด้านการศึกษา เธอจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ ด้านการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) และปริญญาโท ด้านการจัดการเงิน มหาวิทยาลัยจอห์นสันแอนด์เวลส์ สหรัฐอเมริกา
นอกจากจะเป็นอดีต สก. เขตพระนครแล้ว เธอยังมีดีกรีนักบริหารหญิงรุ่นใหม่ เป็นเจ้าของกิจการร้านเพชรจิวเวลรี่ และเคยทำงานเป็นนักวิเคราะห์นโยบายด้านสินเชื่อพร้อมใช้ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รวมถึงผู้จัดการฝึกหัดด้านการเงิน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด
เส้นทางการเมือง
นางสาวศศิธร เข้าสู่เส้นทางการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สก. เขตพระนคร ในปี 2565 และได้รับการเลือกตั้งให้เข้ามาทำหน้าที่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 ต่อมาเมื่อพรรคก้าวไกลถูกยุบ เธอได้ย้ายมาสังกัดพรรคประชาชน
ในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 นางสาวศศิธร ตกเป็นข่าวว่าเป็น 1 ใน 2 สก. ที่เตรียมย้ายไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีภาพถ่ายร่วมกับ สก.พรรคเพื่อไทย แต่เธอได้ชี้แจงว่า การพบปะดังกล่าวเป็นเพียงการประกอบพิธีไหว้ราหูเท่านั้น ไม่มีนัยทางการเมือง และยืนยันว่ายังคงทำงานกับพรรคก้าวไกลต่อไป การพบปะกับพรรคเพื่อไทยเป็นการพบปะกันตามปกติ เนื่องจากมีความคุ้นเคยกันเพราะร่วมงานกันในสภากรุงเทพมหานครอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาของนักการเมืองฝั่งประชาธิปไตยที่จะพบปะแลกเปลี่ยนและทำงานร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพรรคประชาชนเปิดตัวผู้สมัคร สก. กลับไม่มีชื่อของนางสาวศศิธร ทำให้เธอตัดสินใจลงสมัครในนามอิสระ
แนวคิดและจุดแข็ง
นางสาวศศิธร เคยระบุว่าบทเรียนจากสายงานที่กดดัน สู่ความแกร่งในวันนี้ โดยบทเรียนสำคัญที่สุดคือ "ความมีวินัยและการไม่ยอมแพ้" ตอนทำงานธนาคารและบริหารธุรกิจจิวเวลรี่ ทุกวินาทีคือตัวเลขและความเสี่ยง ความกดดันเหล่านั้นสอนให้เธอต้องนิ่ง ต้องรอบคอบ และต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ให้ได้ 100% ความแกร่งของวันนี้จึงไม่ใช่การตะโกนให้ดังกว่าใคร แต่คือการยืนหยัดทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ว่า "ผลงานคือคำตอบที่เสียงดังที่สุด"
ในฐานะอดีต สก. เขตพระนคร เธอขอชูจุดแข็งเรื่องความต่อเนื่องของการทำงาน (Continuity) ภายใต้แนวคิด "ทำมากกว่าพูด สานงานต่อ ก่องานใหม่" ซึ่งหมายถึงการดูแลโครงการเดิมที่ยังค้างคาให้สำเร็จลุล่วง พร้อมกับเสนอโครงการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และคนดั้งเดิมในพื้นที่พระนครให้เดินหน้าไปพร้อมกันได้อย่างลงตัว การกลับมาลงสนามครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การรักษาแชมป์เก่า แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า "พลังหญิงแกร่ง" ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการจัดการ คือฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนเขตพระนครให้พัฒนาไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น



