ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตานายกฯ 14 ส.ค. นี้
ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตานายกฯ 14 ส.ค.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมตินัดฟังคำวินิจฉัยคดีที่ประธานรัฐสภาส่งคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยสถานภาพของนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 82 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2567 เวลา 15.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ

สาเหตุของการยื่นคำร้อง

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ประธานรัฐสภาได้มีหนังสือส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 82 หรือไม่ เนื่องจากมีกรณีที่อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

โดยประธานรัฐสภาเห็นว่า มีข้อเท็จจริงที่อาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัว ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง ที่บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อมีกรณีสงสัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม โดยมีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน และมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้พิจารณา และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ผู้ถูกร้องได้ยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หลังจากนั้นศาลได้กำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 14 สิงหาคม โดยไม่มีการไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอต่อการวินิจฉัย

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง จะส่งผลให้ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และอาจนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรีหรือการยุบสภาตามสถานการณ์ทางการเมือง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ในทางกลับกัน หากศาลวินิจฉัยว่าไม่สิ้นสุด นายกรัฐมนตรีจะยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป และสถานการณ์ทางการเมืองจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

ฝ่ายรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลแสดงความเชื่อมั่นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยด้วยความยุติธรรมและเป็นกลาง ส่วนฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ศาลวินิจฉัยตามหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

นายกฯ กล่าวว่า “ผมพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ผมยืนยันว่าผมได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อประเทศชาติและประชาชน”

ขณะที่ฝ่ายค้านระบุว่า “เราหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญและข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรม”