พรรคก้าวไกลได้ยื่นญัตติด่วนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้มีการตรวจสอบนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าถือหุ้นในบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผ่านบุคคลอื่นหรือนอมินี ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 160 ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของนายกรัฐมนตรี
รายละเอียดของญัตติ
นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นผู้ยื่นญัตติดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 โดยระบุว่าการถือหุ้นผ่านนอมินีของนายกฯ เศรษฐา อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีต้องไม่มีส่วนได้เสียในกิจการที่อาจขัดแย้งกับผลประโยชน์ของชาติ
พรรคก้าวไกลอ้างถึงรายงานข่าวที่ระบุว่านายกฯ เศรษฐา ถือหุ้นในชินคอร์ปผ่านบริษัทในเครือของครอบครัว ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์
ปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐบาล
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าการถือหุ้นของตนเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ และพร้อมให้ข้อมูลแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบความโปร่งใส
นายกฯ กล่าวว่า “ผมไม่เคยมีพฤติกรรมที่นอกเหนือกฎหมาย และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกกระบวนการตรวจสอบ”
ผลกระทบทางการเมือง
การยื่นญัตติด่วนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยพรรคก้าวไกลหวังว่าการสอบสวนจะนำไปสู่ความชัดเจนและความยุติธรรมในกรณีดังกล่าว
หากสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับญัตติ คณะกรรมาธิการวิสามัญจะถูกตั้งขึ้นเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รัฐธรรมนูญมาตรา 160 ระบุว่านายกรัฐมนตรีต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 98 ซึ่งรวมถึงการเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่อาจขัดแย้งกับผลประโยชน์ของรัฐ
การถือหุ้นผ่านนอมินีอาจถือเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต
พรรคก้าวไกลระบุว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญาและกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ



