ก้าวไกลยื่นแก้รธน.ยกเลิกมาตรา112 พรรคร่วมรัฐบาลค้าน
ก้าวไกลยื่นแก้รธน.ยกเลิกมาตรา112 พรรคร่วมรัฐบาลค้าน

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ที่รัฐสภา พรรคก้าวไกลได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา โดยมี สส. ของพรรคจำนวน 150 คนร่วมลงชื่อสนับสนุน

รายละเอียดร่างแก้ไข

ร่างแก้ไขดังกล่าวเสนอให้ยกเลิกมาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยให้เหตุผลว่ากฎหมายนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปิดปากฝ่ายตรงข้าม และไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน พรรคก้าวไกลระบุว่าการยกเลิกมาตรานี้จะช่วยลดความขัดแย้งในสังคมและส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออก

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า “เราต้องการให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่ทันสมัยและเป็นธรรม มาตรา 112 ถูกใช้ในทางที่ผิดมานาน การยกเลิกจะทำให้ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์สถาบันได้โดยไม่ต้องกลัวถูกดำเนินคดี”

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากพรรคร่วมรัฐบาล

พรรคร่วมรัฐบาลนำโดยพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยได้แสดงท่าทีคัดค้านอย่างชัดเจน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกมาตรา 112 เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะของประชาชน การแก้ไขในลักษณะนี้จะสร้างความแตกแยก”

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “มาตรา 112 มีไว้เพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติ การยกเลิกไม่ใช่เรื่องที่ควรทำในเวลานี้ รัฐบาลจะไม่สนับสนุนร่างนี้”

ท่าทีของวุฒิสภา

วุฒิสภาก็มีท่าทีไม่เห็นด้วยเช่นกัน โดยนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า “วุฒิสภามีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ การยกเลิกมาตรา 112 จะไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาอย่างแน่นอน”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทั้งนี้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกลต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาซึ่งประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด หรือประมาณ 250 เสียง จากทั้งหมด 750 เสียง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการผ่านร่างนี้ยังไม่สดใส เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลและวุฒิสภาส่วนใหญ่คัดค้าน

ผลกระทบทางการเมือง

การยื่นร่างแก้ไขครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น โดยพรรคก้าวไกลพยายามผลักดันนโยบายที่แตกต่างจากรัฐบาลอย่างชัดเจน นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หาเสียงของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นายสมชาย ปรีชาศิลป์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ กล่าวว่า “การยกเลิกมาตรา 112 เป็นวาระที่สร้างความแตกแยกอย่างมาก พรรคก้าวไกลอาจได้คะแนนนิยมจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ก็เสี่ยงที่จะถูกต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม”

ขณะเดียวกัน กลุ่มภาคประชาสังคมและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนออกมาสนับสนุนการแก้ไขนี้ โดยระบุว่ามาตรา 112 ถูกใช้ในการดำเนินคดีกับนักเคลื่อนไหวและนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามมากกว่า 200 คดีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา