"ปิยะพงษ์" จี้รัฐบาลซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก เปรียบเทียบงบโมโตจีพี 4,000 ล้าน
"ปิยะพงษ์" จี้รัฐบาลซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก เปรียบเทียบงบโมโตจีพี

นายปิยะพงษ์ เหมะ อดีตผู้สมัคร สส.จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลประกาศชัดเจนว่าคนไทยได้ดูบอลโลกแน่ แต่ล่าสุด มีความเป็นไปได้สูงว่า จากการแถลงข่าวของนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ออกมายอมรับว่า รัฐบาลเตรียมพับแผนและถอยฉากจากการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน "ฟุตบอลโลก 2026" (World Cup 2026) ที่กำลังจะระเบิดศึกขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม 2569 นี้ เพราะราคาที่เสนอมาสูงเกินกว่าที่รัฐบาลจะรับได้

รัฐบาลส่อแววถอยจากแผนซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก

นายปิยะพงษ์ กล่าวด้วยว่า น่าประหลาดใจที่รัฐบาลมองว่าราคาค่าลิขสิทธิ์บอลโลก กีฬาที่คนทั้งโลกรอคอยว่าแพงเกินไป หากเทียบกับก่อนหน้าที่ รัฐบาลอนุมัติงบประมาณสนับสนุนรายการโมโต จีพี ประจำปี 2570-2574 (5 ปี) ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ มีกรอบวงเงินงบประมาณสนับสนุนจัดการแข่งขัน จำนวน 3,997.86 ล้านบาท และช่วงเดือนมีนาคมของทุกปีไทยจะเป็นสนามแรกอย่างเป็นทางการในปฏิทินการแข่งขันตลอดทั้ง 5 ปี ทั้งๆที่เป็นกีฬาเฉพาะกลุ่มมีคนติดตามไม่มากนัก แต่รัฐบาลกลับไม่ลังเลที่จะสนับสนุนงบประมาณมหาศาลเพื่อตอบสนองความต้องการคนบางกลุ่ม

ข้อกังขาต่องบประมาณกีฬาที่ไม่สมดุล

“ทันทีที่รัฐบาลแถลงประชาชนจำนวนมากจึงมีคำถามว่าเหตุใดการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกจึงยากสำหรับคนไทย ทั้งๆ ที่มีคนนับล้านคนให้ความสนใจและสามารถสร้างกิจกรรมสร้างรายได้ต่อเนื่องให้ประชาชน รัฐบาลไม่ควรใจแคบกับมหกรรมกีฬาระดับโลก กีฬาฟุตบอลโลก 4 ปีครั้ง นอกจากนี้ประชาชนไม่เข้าใจว่าทำไมค่าลิขสิทธิ์ไทยจึงแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้านเป็นเท่าตัว ดังนั้นรัฐบาลควรชี้แจงมากกว่าจะทำลายความฝันของคนไทยที่อดดูหรือรัฐบาลสนับสนุนให้คนไทยไปดูจากหน้าเว็บเถื่อนมากกว่าดูจากหน้าจอทีวี ลิขสิทธิ์ถูกต้อง”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายปิยะพงษ์ ยังกล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับโมโตจีพีมากกว่าฟุตบอลโลกนั้น สะท้อนถึงการจัดลำดับความสำคัญที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ ขณะที่ฟุตบอลโลกเป็นกีฬาที่คนไทยหลายล้านคนรอคอย และสามารถสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการค้า การท่องเที่ยว และการสร้างรายได้ให้กับประชาชนจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายปิยะพงษ์ เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายและหันมาให้ความสำคัญกับการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสรับชมการแข่งขันกีฬาระดับโลกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และลดการละเมิดลิขสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ประชาชนต้องหันไปรับชมผ่านช่องทางที่ไม่ถูกต้อง