นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลยืนยันว่ากองทัพอิสราเอลจะเดินหน้าการรุกทางทหารในฉนวนกาซาต่อไป แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อพลเรือนก็ตาม การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเนทันยาฮูกล่าวว่าอิสราเอลมีสิทธิ์ในการป้องกันตนเองและจะไม่หยุดยั้งจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมด
สหรัฐฯ เตือนถึงผลกระทบต่อพลเรือน
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้แสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการสูญเสียชีวิตของพลเรือนในกาซา ซึ่งมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 35,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า วอชิงตันยังคงสนับสนุนสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง แต่ก็เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปกป้องพลเรือนและปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
คำประกาศของเนทันยาฮูถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลางและยุโรป สหประชาชาติเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันทีเพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงผู้ที่ต้องการ ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศประณามการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังพื้นที่พลเรือนว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
- สหภาพยุโรปเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายลดความรุนแรงและกลับมาเจรจาสันติภาพ
- กลุ่มประเทศอาหรับประณามการกระทำของอิสราเอลและเรียกร้องให้ประชาคมโลกแทรกแซง
- รัสเซียและจีนแสดงความกังวลและเรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยทันที
สถานการณ์ในกาซายังคงตึงเครียด
กองทัพอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ต่างๆ ของกาซา โดยเฉพาะในเมืองข่านยูนิสและราฟาห์ ซึ่งเป็นที่หลบภัยของพลเรือนจำนวนมาก รายงานระบุว่ามีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศกว่า 1.5 ล้านคน และระบบสาธารณสุขในกาซากำลังจะล่มสลายเนื่องจากขาดแคลนเวชภัณฑ์และเชื้อเพลิง
นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูย้ำว่าอิสราเอลจะไม่ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงใดๆ ที่ไม่รวมถึงการทำลายกลุ่มฮามาสอย่างสมบูรณ์ และการปล่อยตัวประกันทั้งหมด ขณะที่กลุ่มฮามาสประกาศว่าพร้อมจะเจรจาหากอิสราเอลยุติการรุกรานและถอนกำลังออกจากกาซา
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิสราเอล
ความขัดแย้งครั้งนี้สร้างความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกันมานาน แม้สหรัฐฯ จะยังคงให้การสนับสนุนทางทหารแก่อิสราเอล แต่ก็มีรายงานว่าฝ่ายบริหารของไบเดนกำลังพิจารณาชะลอการส่งมอบอาวุธบางประเภทเพื่อกดดันให้อิสราเอลผ่อนปรนมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมองว่าท่าทีของเนทันยาฮูอาจทำให้อิสราเอลถูกโดดเดี่ยวในเวทีโลกมากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในระยะยาวของประเทศ



