แรงงานไทยในอิสราเอลจำนวนมากกว่า 7,000 คน ยังคงตัดสินใจไม่ย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยง แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคจะทวีความรุนแรงขึ้น สาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องการสูญเสียรายได้และภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ เร่งดำเนินการให้ข้อมูลและให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
สาเหตุที่แรงงานไทยเลือกอยู่ต่อ
จากข้อมูลของสถานทูตไทยในอิสราเอล พบว่าแรงงานไทยส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเป็นแรงงานในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของแรงงานไทยในประเทศดังกล่าว โดยมีจำนวนประมาณ 7,000 คนจากทั้งหมดกว่า 20,000 คนที่เดินทางไปทำงานในอิสราเอล
นายวรวุฒิ ใจดี แรงงานไทยในอิสราเอล เปิดเผยว่า "ผมกลัวว่าถ้าออกไปแล้วจะไม่มีงานทำ หนี้สินที่กู้ยืมมาจะจัดการอย่างไร ครอบครัวที่อยู่บ้านต้องพึ่งเงินที่ส่งกลับไป" ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของแรงงานจำนวนมากที่ต้องเลือกอยู่ต่อแม้จะมีความเสี่ยง
การช่วยเหลือจากสถานทูต
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานไทย โดยให้คำแนะนำเรื่องความปลอดภัย การย้ายที่พักชั่วคราว และการติดต่อนายจ้าง เพื่อให้แรงงานสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย
นายสมชาย ประเสริฐ อัครราชทูตที่ปรึกษา กล่าวว่า "เราพยายามให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่แรงงานทุกคน เพื่อให้พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม"
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
การที่แรงงานไทยจำนวนมากยังคงอยู่ในอิสราเอล ส่งผลให้เกิดความกังวลในหมู่ครอบครัวในประเทศไทย เนื่องจากหากเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของแรงงาน รวมถึงภาระหนี้สินที่อาจเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์แรงงานไทยในอนาคต หากสงครามยังคงยืดเยื้อ อาจทำให้แรงงานไทยต้องตัดสินใจกลับประเทศในที่สุด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของครอบครัวและเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
รัฐบาลไทยได้เตรียมแผนรองรับแรงงานที่อาจเดินทางกลับ โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการฝึกอาชีพและการหางานทำในประเทศไทย



